
สอบโกงเงินคนจนเสร็จพ.ค.
ป.ป.ท.พบคนนอกศูนย์คนไร้ที่พึ่งเกี่ยวข้องโกงเงินคนยากไร้ เตรียมตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพิ่มอีก 3 จังหวัด เร่งสอบให้หมดทั่วประเทศทันวันที่ 31 พ.ค.
ป.ป.ท.พบคนนอกศูนย์คนไร้ที่พึ่งเกี่ยวข้องโกงเงินคนยากไร้ เตรียมตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพิ่มอีก 3 จังหวัด เร่งสอบให้หมดทั่วประเทศทันวันที่ 31 พ.ค.
พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า การตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนผู้ยากไร้ยังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก 37 แห่ง 37 จังหวัด พบว่าศูนย์ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตอยู่ที่ 24 จังหวัด ซึ่งมีรูปแบบการทุจริตเหมือนกับกรณีของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่ จ.ขอนแก่น
นอกจากนี้ ยังพบว่า กลุ่มที่เกี่ยวข้องทุจริต มีทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งผู้ที่ยังรับราชการและนอกราชการ และน่าจะมีคนนอกศูนย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ยังไปไม่ถึงว่าจะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่น ปลัดกระทรวงและรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ทั้งนี้พยายามหาจุดเชื่อมโยงว่าคนภายนอกศูนย์เข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร
เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวว่า ป.ป.ท.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเป็นรายจังหวัด ซึ่งดำเนินการไปแล้ว 2 จังหวัด และในวันที่ 8 มี.ค.นี้จะเพิ่มอีก 3 จังหวัด ได้แก่ จ.บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้จะพยายามเร่งตรวจสอบเรื่องการทุจริตของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ 76 แห่ง ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามได้รับข้อมูลว่ามีการทุจริตการใช้เงินงบประมาณของนิคมสร้างตนเองด้วย
ทั้งนี้ หากพบการกระทำทุจริตในภาครัฐเกี่ยวพันกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.จะต้องนำเรื่องรายงานคณะกรรมการ ป.ป.ท.เพื่อส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ แต่ข้อมูลที่เราที่มีอยู่ปัจจุบันยังไปไม่ถึง
พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า ป.ป.ท.ขอขอบคุณประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ข้อมูลเหล่านี้ และตอนนี้เรายังคงเปิดรับข้อมูลเบาะแสต่างๆ อยู่ ขอให้มาร่วมกันตรวจสอบเรื่องนี้ให้ปรากฏผลเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ
ด้าน พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า วันที่ 8 มี.ค.นี้จะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการ หรือบอร์ด ป.ป.ท. เพื่อขออนุมัติไต่สวนนั้น คาดว่ามีประมาณ 5 จังหวัด คือ จ.บึงกาฬ หนองคาย ตราด น่าน และสุราษฎร์ธานี ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาในที่ประชุม ส่วน จังหวัดอื่นๆ รอพยานหลักฐานที่ชัดเจนก่อน นอกจากนี้สำหรับการกระทำผิดที่พบเพิ่มเติมอีก 10 จังหวัด โดยส่วนใหญ่เป็นทางภาคใต้ ด้วยมีการนำชื่อข้าราชการท้องถิ่น เช่น ชื่อภรรยาผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันมาเบิกงบดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบในแต่ละพื้นที่







