posttoday
การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ (จบ)

การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ (จบ)

05 มีนาคม 2561

พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐอาจมีส่วนดีสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอยู่บ้างตรงหลักการว่าด้วยความโปร่งใส รวมไปถึงเรื่องธรรมาภิบาล (Good Governance) และการที่ประเทศสมาชิกความตกลงฯ จะต้องมีกระบวนการตรวจสอบภายในประเทศของตน (Domestic Review Procedures) เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินจัดซื้อจัดจ้างได้ร้องเรียน นอกจากนี้ยังสามารถให้มีการฟ้องร้องใน WTO (World Trade Organization) หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับความตกลงได้ ประกอบกับการที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการค้าและบริการ และมีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า บริการ และการก่อสร้างที่จะอยู่ภายใต้ความตกลงนี้ไว้ ดังได้กล่าวแล้วในฉบับที่ผ่านมา จึงน่าจะลดปัญหาการคอร์รัปชั่นลงได้บ้าง

พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐอาจมีส่วนดีสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอยู่บ้างตรงหลักการว่าด้วยความโปร่งใส รวมไปถึงเรื่องธรรมาภิบาล (Good Governance) และการที่ประเทศสมาชิกความตกลงฯ จะต้องมีกระบวนการตรวจสอบภายในประเทศของตน (Domestic Review Procedures) เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินจัดซื้อจัดจ้างได้ร้องเรียน นอกจากนี้ยังสามารถให้มีการฟ้องร้องใน WTO (World Trade Organization) หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับความตกลงได้ ประกอบกับการที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการค้าและบริการ และมีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า บริการ และการก่อสร้างที่จะอยู่ภายใต้ความตกลงนี้ไว้ ดังได้กล่าวแล้วในฉบับที่ผ่านมา จึงน่าจะลดปัญหาการคอร์รัปชั่นลงได้บ้าง

ขณะเดียวกันก็จะมีผลกระทบที่อาจต้องมีการแก้กฎหมาย หรือปฏิรูประเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะในประเด็นที่ต้องปฏิบัติต่อคน หรือบริษัทของประเทศสมาชิกอื่น เท่าเทียมกับการปฏิบัติกับคนหรือบริษัทในประเทศของตน (National Treatment) ตลอดจนจะต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) ระหว่างคนหรือบริษัทในชาติของตนกับคน หรือบริษัทในประเทศสมาชิก ซึ่งเพียงหลักการสองข้อนี้ก็ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ถอยหนีกันไปหมด เพราะไม่สามารถปฏิบัติได้ ความตกลงจึงมีบทบัญญัติให้ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs : Least Developed Countries) มีระยะเวลาในการปรับตัวไม่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงทันที เมื่อเข้าเป็นสมาชิก โดยประเทศกำลังพัฒนาอาจได้รับระยะเวลาในการปรับตัวตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 3 ปี หลังจากการเข้าเป็นสมาชิก ส่วนประเทศพัฒนาน้อยที่สุด หรือ LDCs อาจได้รับระยะเวลาในการปรับตัว 5 ปี หลังจากเข้าเป็นสมาชิก

นอกจากนี้ ความตกลงยังมีบทบัญญติที่กล่าวถึงการให้การปฏิบัติเป็นพิเศษและแตกต่าง (Special and Differential Treatment) หรือ S&D กับประเทศกำลังพัฒนาด้วย นอกจากจะเป็นการให้เวลาในการปรับตัวดังกล่าวแล้ว ยังอนุญาตให้ใช้มาตรการบางประการได้ โดยถือว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน และมาตรการที่ใช้จะเรียกว่าเป็นมาตรการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่

1.การให้สิทธิพิเศษด้านราคา (Price Preferences)

2.การให้แต้มต่อหรือชดเชย (Offsets)

3.การค่อยๆ เพิ่มหน่วยงานหรือกลุ่มสินค้าหรือบริการที่อยู่ภายใต้ความตกลง (Phase-in addition of specific entities and sectors)

4.การใช้มูลค่าขั้นต่ำในเบื้องต้นในระดับที่สูงกว่าระดับที่กำหนดไว้เป็นการทั่วไป (Higher initial threshold)

ทั้งนี้ S&D ที่จะได้รับนั้นขึ้นกับการเจรจาระหว่างประเทศกำลังพัฒนาที่จะเข้าเป็นสมาชิกความตกลงฯ กับประเทศสมาชิกความตกลงที่เป็นมาก่อน

อย่างไรก็ตาม การที่หลักการ สำคัญๆ หรือข้อบทที่สำคัญของความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ จะไปปรากฏอยู่ในความตกลงเขตการค้าเสรี (FTAs : Free Trade Agreements) เป็นส่วนใหญ่ หรือปรากฏอยู่ในข้อเสนอในการเจรจา FTA ต่างๆ เนื่องจากประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐหรือสหภาพยุโรป และประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นของทั้งสองประเทศนี้ ต่างก็เป็นสมาชิกความ ตกลงฯ ดังกล่าว (ปัจจุบันความตกลงฯ มีสมาชิก 19 ภาคี รวม 47 ประเทศ) ดังนั้นในการเจรจา FTA ที่ผ่านมาของไทย หรือที่จะเจรจาต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะการที่ไทยวางแผนจะเจรจา FTA กับสหภาพยุโรปน่าจะมีข้อบทที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ที่จะเสนอมาโดยสหภาพยุโรปให้ต้องมีการเจรจา เพราะนอกจากจะเป็นเรื่อง ธรรมาภิบาลของรัฐบาลที่ยากจะปฏิเสธแล้ว ยังเป็นเรื่องที่ประเทศสมาชิกความตกลงฯ ต้องการขยายความตกลงฯ ให้กว้างขึ้นด้วย และตามที่ได้รับข้อมูลจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยได้มีการเตรียมการเรียนรู้ความตกลงฯ ให้มากขึ้นแล้ว โดยเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการในคณะกรรมการว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2558 ซึ่งคณะกรรมการความ ตกลงฯ ก็ได้มีมติเห็นชอบคำร้องขอเข้าเป็นผู้สังเกตการของไทย โดยไม่มีประเทศใดคัดค้าน

การเข้าเป็นผู้สังเกตการณ์ในคณะกรรมการความตกลงฯ นี้ จะทำให้ไทยได้รับสิทธิในการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการ และได้รับทราบพัฒนาการ การดำเนินงาน และการบริหารจัดการประเด็นต่างๆ ภายใต้ความตลงฯ รวมทั้งสามารถสังเกตการ การหารือในประเด็นสำคัญและประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามพันธกรณีของความตกลงฯ ของภาคีสมาชิก โดยสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางหรือข้อมูลอ้างอิงเพื่อพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐภายในประเทศ รวมทั้งสามารถศึกษาในเชิงลึกถึงข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากไทยตัดสินใจเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกความตกลง GPA ต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ในฐานะผู้สังเกตการ ไทยจะสามารถร้องขอความช่วยเหลือทางวิชาการจากฝ่ายเลขาธิการ WTO ในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยมีความเข้าใจต่อความตกลงฯ มากขึ้น โดยเฉพาะการนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจา FTA ยุคใหม่ ซึ่งมักนำข้อบทความตกลงการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ มาใช้เป็นแม่บทในการเจรจาดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐมีสมาชิก WTO ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกความตกลงฯ แต่มีสถานะเป็นผู้สังเกตการ 31 ราย โดยในจำนวนนี้มี 10 ราย ที่อยู่ระหว่างกระบวนการเจรจาเข้าเป็นภาคีความ ตกลงฯ แล้วคือ อัลเบเนีย ออสเตรเลีย จีน จอร์เจีย จอร์แดน สาธารณรัฐคีร์กีซ โอมาน รัสเซีย ทาจิกีซสถาน และมาเซโดเนีย ส่วนที่เหลืออีก 21 ราย ที่มีสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์ ได้แก่ อัฟกานิสถาน อาร์เจนตินา บาห์เรน บราซิล แคเมอรูน ชิลี โคลอมเบีย คอสตาริกา อินเดีย อินโดนีเซีย คาซัคสถาน มาเลเซีย มองโกเลีย ปานามา ปากีสถาน เซเชลส์ ซาอุดิอาระเบีย ศรีลังกา ไทย ตุรกี และเวียดนาม n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท