posttoday
บี้ยาสูบส่งเงินเข้าคลัง ปี2561ขอให้จ่าย500ล้านบาท

บี้ยาสูบส่งเงินเข้าคลัง ปี2561ขอให้จ่าย500ล้านบาท

06 มีนาคม 2561

คลังบี้โรงงานยาสูบส่งเงิน ปีนี้ 500 ล้าน หลังปรับตัวรับภาษียาสูบใหม่ได้ ทำให้ผลประกอบการไม่ขาดทุน

คลังบี้โรงงานยาสูบส่งเงิน ปีนี้ 500 ล้าน หลังปรับตัวรับภาษียาสูบใหม่ได้ ทำให้ผลประกอบการไม่ขาดทุน

นายยุทธนา หยิมการุณ ผู้ตรวจกระทรวงการคลัง กรรมการโรงงานยาสูบ เปิดเผยว่า เดิมโรงงานยาสูบประเมินผลการดำเนินงานปี 2561 จะขาดทุน 1,500 ล้านบาท ทำให้ส่งรายได้ให้กับคลังไม่ได้ แต่สถานการณ์การตลาดทำให้ยอดขายดีขึ้นและยาเส้นที่ทดลองทำตลาดก็ได้รับการตอบรับดี ซึ่งน่าจะทำให้ผลการดำเนินงานของโรงงานยาสูบปี 2561 ไม่ขาดทุน แต่จะมีกำไรแต่ไม่มากเหมือนปี 2560 ที่ที่มีกำไรถึง 9,000 ล้านบาท

"ปี 2561 โรงงานยาสูบจะไม่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง เพราะมีการกันเงินค่าใช้จ่ายไว้หมดแล้ว แต่ปี 2562 ทางผู้อำนวยการอาจจะกลัวว่าจะมีปัญหาสภาพคล่อง เพราะส่วนแบ่งการตลาดลดลงและกำไรของบุหรี่ต่อซองเหลือน้อยมาก แต่เรื่องเงินจ่ายเงินเดือนพนักงานยังมีเพียงพอไม่มีปัญหา" นายยุทธนา กล่าว

นายยุทธนา กล่าวว่า ปี 2560 โรงงานยาสูบส่งรายได้ให้กระทรวงการคลัง 7,000-8,000 ล้านบาท สำหรับปี 2561 คาดว่าโรงงานยาสูบจะมีกำไรบ้างเล็กน้อย  ทางกระทรวงการคลังขอให้ นำเงินส่วนนี้ส่งรายเข้าคลังจำนวน 500 ล้านบาท ซึ่งโรงงานยาสูบกำลังพิจารณาว่าจะนำส่งหรือไม่ เพราะต้องการเก็บไว้เป็นสภาพคล่องการใช้จ่ายมากกว่า

สำหรับเรื่องเงินลงทุนของโรงงาน ยาสูบไม่น่าจะมีปัญหา เพราะได้มีการกันเงินลงทุนปี 2561 และ ปี 2562 ไว้หมดแล้ว แต่ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบอาจจะกังวลบุหรี่มีกำไรน้อยลงมาก ทำให้ ปี 2562 มีปัญหาสภาพคล่องจึงมีการ เตรียมการไว้ล่วงหน้า

นายยุทธนา กล่าวว่า ส่วนแบ่งการตลาดบุหรี่ของโรงงานยาสูบจะเหลือ อยู่ที่ประมาณ 60% จากเดิม 80% ทำให้ยังมีกำไรอยู่บ้างแต่กำไรลดลง จากกำไรซองละ 8 บาท ตอนนี้เหลือไม่ถึงซองละ 1 บาท ซึ่งก็ต้องถือว่ามีกำไรอยู่บ้างจนไม่น่าจะทำให้โรงงานยาสูบขาดสภาพคล่อง เพราะตอนนี้ก็มีการปรับกลยุทธ์เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้ต่อเนื่อง

น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ กล่าวว่า โรงงานยาสูบกำลังมีปัญหาสภาพคล่องตึงตัว คาดว่าจะเริ่มในเดือน พ.ค. 2561 ที่จะถึงนี้ หลังประเมินภาพรวมยอดขายยาสูบปีนี้จะเหลือ 1.8 หมื่นล้านมวน จากยอดปีก่อนที่ทำได้ 3.2 หมื่นล้านมวน

ทั้งนี้ จะเปิดโครงการเกษียณอายุงานก่อนกำหนด หรือ เออร์ลี่รีไทร์ ตั้งเป้าหมายรับคนเข้าโครงการ 500 คน คาดว่าจะใช้เงินไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นคนที่ไม่สะดวกจะย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่โรงงานยาสูบแห่งใหม่ ที่อุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา กับผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่ดี มีหนังสือรับรองจากโรงพยาบาลจะได้รับการพิจารณาก่อน โครงการนี้เป็นแผนงานลดต้นทุนในระยะยาว แม้ขณะนี้จะต้องเสียเงินก้อนแต่ในแต่ระยะยาวอีก 3-5 ปีข้างหน้าสามารถ ลดค่าใช้จ่ายเรื่องพนักงานไปได้ไม่น้อยกว่า 1,200 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท