
โกงเงินสงเคราะห์
ดร.รุจิระ บุนนาคกรรมการผู้จัดการMarut Bunnag International Law [email protected] : @RujiraBunnagเมื่อช่วงเดือน ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา สื่อต่างๆ ได้นำเสนอข่าวนักศึกษาฝึกงานและอดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ที่ได้ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตปลอมแปลงเอกสารรับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ป่วยเอดส์ของศูนย์
ดร.รุจิระ บุนนาคกรรมการผู้จัดการMarut Bunnag International Law [email protected] : @RujiraBunnag
เมื่อช่วงเดือน ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา สื่อต่างๆ ได้นำเสนอข่าวนักศึกษาฝึกงานและอดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ที่ได้ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตปลอมแปลงเอกสารรับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ป่วยเอดส์ของศูนย์
เมื่อได้มีการนำเสนอข่าวนี้ ผู้คนต่างยกย่องและชื่นชมในความสามารถและกล้าหาญของผู้เปิดโปงความจริง เพราะเป็นเพียงผู้หญิงสองคน คือ ปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และณัฐกานต์ หมื่นพล อดีตลูกจ้างศูนย์ ซึ่งถูกเลิกจ้างจากศูนย์ดังกล่าวโดยไม่เป็นธรรม
ปณิดาได้เข้ามาฝึกงานกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แทนที่ศูนย์จะสอนให้เธอเข้าใจและตระหนักว่า ศูนย์เป็นที่พึ่งของคนยากไร้ แต่ผู้อำนวยการศูนย์และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโครงการเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ กลับสั่งให้ปลอมแปลงเอกสารทางราชการในการเบิกจ่ายเงิน รวมทั้งการปลอมลายมือชื่อในใบเสร็จรับเงินกว่า 2,000 ราย มูลค่าความเสียหาย 6.9 ล้านบาท ผู้อำนวยการศูนย์และเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านที่อ่านหนังสือไม่ออก เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้ไม่โปร่งใส เธอจึงไม่ยอมทำ
รูปแบบการจ่ายเงินสงเคราะห์ดังกล่าวคือ จ่ายเงินเป็นรายบุคคลและจ่ายผ่านรวมกลุ่มประกอบอาชีพ
กรณีที่เกิดขึ้น ปณิดาจึงได้ปรึกษากับณัฐกานต์อดีตลูกจ้างศูนย์ ในอดีต ณัฐกานต์ได้ถูกบังคับให้กระทำการปลอมลายมือชื่อของชาวบ้านเช่นกัน และเมื่อร้องเรียนต่อกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แต่เมื่อผู้ตรวจกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และนิติกรเข้ามาตรวจสอบ เธอกลับถูกเลิกจ้างในเวลาต่อมา
เดิมปณิดามีเพื่อนนักศึกษา 3-4 คนที่ได้ฝึกงาน และต้องการร่วมมือร้องเรียน แต่เมื่อรายงานความไม่ชอบมาพากลให้อาจารย์ทราบ อาจารย์กลับกล่าวหาว่านักศึกษากุเรื่องขึ้น และสั่งให้กราบเท้าขอโทษผู้อำนวยการศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ ทำให้เพื่อนเธอไม่กล้าร่วมการต่อสู้ด้วย เพราะเกรงว่าจะฝึกงานไม่ผ่าน ทั้งยังกลัวอิทธิพลมืดที่อาจทำให้เดือดร้อน
แต่ปณิดาและณัฐกานต์ยังมีความมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อความยุติธรรม จึงได้ร้องเรียนต่อเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทางคสช. จึงได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจสอบในเรื่องนี้ และเมื่อ ป.ป.ท.เขต 4 ได้ทำการตรวจสอบ ซึ่งพบว่ามีมูลตามที่ได้ร้องเรียน
การร้องเรียนทุจริตเงินสงเคราะห์นับได้ว่าได้ผลเกินคาด เพราะทำให้ ป.ป.ท.ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึกตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งในหลายจังหวัด เพื่อเร่งรวบรวมหลักฐานในจังหวัดที่มีข้อมูลส่อทุจริตเสนอให้คณะกรรมการตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิด โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากการยื่นขอเงินช่วยเหลือ และติดตามไปสอบปากคำผู้ที่มีชื่อรับเงินว่าได้รับเงินช่วยเหลือครบถ้วนหรือไม่เพียงใด
ป.ป.ท.ได้ตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์พบว่า ขณะนี้มีการทุจริตในจังหวัดใหญ่ถึง 16 จังหวัด และอาจมีเพิ่มมากกว่านั้น รูปแบบในการทุจริตจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ มีการนำหลักฐานแสดงตัวตนของบุคคลไปใช้เบิกเงิน บุคคลและกลุ่มอาชีพที่นำไประบุว่า เป็นคนจน คนไร้ที่พึ่ง หรือผู้ยากไร้จะแตกต่างกันออกไป ชาวบ้านบางรายถูกหลอกเอาสำเนาบัตรประชาชนไปและนำไปรับเงินแทน
จำนวนเงินที่ทุจริต โดยแอบอ้างชื่อแต่ละบุคคล แม้จะเป็นจำนวนไม่สูงระดับ 2,000-3,000 บาท/บุคคล แต่เมื่อรวมเป็นยอดเงินที่ทุจริตในแต่ละจังหวัดจะเป็นจำนวนถึง 6-7 ล้านบาทขึ้นไป นับว่าไม่น้อย
เมื่อคำนึงถึงผู้ที่ยากไร้จริงๆ ที่สมควรจะได้รับเงินช่วยเหลือ แต่กลับไม่ได้รับเพราะถูกทุจริตถือว่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ยากไร้ และยังสร้างภาระให้แก่บุคคลอื่นที่เป็นญาติ เพื่อน คนรู้จัก ที่ได้ให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์บุคคลเหล่านั้น ทั้งที่เขามีโอกาสจะได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือจากทางราชการอยู่แล้ว แม้อาจจะเป็นเงินที่ไม่มากมายนัก
การแก้ปัญหาทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ต้องแก้ไขทั้งระบบ เริ่มต้นจากจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มีหน้าที่สงเคราะห์ช่วยเหลือ แต่กลับเป็นผู้ทุจริตเสียเอง
วิธีการหนึ่งที่อาจแก้ไขปัญหาเรื่องทุจริตโดยไม่ยุ่งยากมาก คือ การที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ และประกาศลงในเว็บไซต์ของกระทรวง โดยระบุให้ชัดเจนว่าจะมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เมื่อใด หรือได้รับเงินสงเคราะห์แล้วเมื่อไร เป็นจำนวนเท่าใด เพื่อให้ผู้มีสิทธิ องค์กรต่างๆ ตลอดจนสังคมช่วยกันตรวจสอบจะทำให้คนที่คิดจะทุจริตไม่กล้าทำทุจริต
การเดินหน้าต่อสู้ของปณิดาและณัฐกานต์ ได้รับการยกย่องจากหลายหน่วยงานให้เป็นคนต้นแบบที่ควรเอาอย่าง ทั้งการที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.และเจ้าหน้าที่ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จ.ขอนแก่น ได้คอยคุ้มครองดูแลรักษาความปลอดภัย ยิ่งน่าจะทำให้ผู้คนที่พบเห็นการทุจริตกล้าแจ้งเบาะแสมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในระดับท้องถิ่น
ล่าสุด ปณิดา ซึ่งเป็นนักศึกษาฝึกงาน มีโอกาสจะได้รับราชการทหาร ถือว่าได้อยู่ในความคุ้มครองดูแลของทหาร
ในไม่ช้าอาจพบการทุจริตในอีกหลายพื้นที่ต่อเนื่อง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ว่า หากพบการกระทำผิดจริง ไม่ว่าในระดับใดต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด รวมถึงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ปล่อยปละละเลยต้องถูกดำเนินการทางวินัย
การกวดขันในเรื่องทุจริตไม่ว่าในระดับใด นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่อย่าให้เป็นเรื่องที่เลือกปฏิบัติ และเร่งทำในตอนแรก แล้วค่อยๆ เงียบหายไปในที่สุดก็แล้วกัน n







