posttoday
องค์กรจะใหญ่ ต้องกล้าลงทุน

องค์กรจะใหญ่ ต้องกล้าลงทุน

04 มีนาคม 2561

ธนพล ศิริธนชัยประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ตั้งแต่ปี 2559 ทีมผู้บริหารโกลเด้นแลนด์ได้ประกาศไว้แล้วว่า เราจะก้าวสู่ความเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ติดอันดับ1 ใน 5 ของประเทศภายในปี 2563แน่นอนว่าการที่เราจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นได้ จะต้องหมายถึงการสร้างยอดขายและรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ยอดขายและรายได้ที่เติบโตขึ้น นั่นคือการมีระบบหลังบ้านที่ดีมีประสิทธิภาพรองรับแผนที่จะเติบโตเหล่านั้น

ธนพล ศิริธนชัยประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์

ตั้งแต่ปี 2559 ทีมผู้บริหารโกลเด้นแลนด์ได้ประกาศไว้แล้วว่า เราจะก้าวสู่ความเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ติดอันดับ1 ใน 5 ของประเทศภายในปี 2563แน่นอนว่าการที่เราจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นได้ จะต้องหมายถึงการสร้างยอดขายและรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ยอดขายและรายได้ที่เติบโตขึ้น นั่นคือการมีระบบหลังบ้านที่ดีมีประสิทธิภาพรองรับแผนที่จะเติบโตเหล่านั้น

การลงทุนเรื่องระบบหลังบ้าน เป็น ความท้าทายอย่างหนึ่งของผู้นำองค์กร เพราะใช้เงินลงทุนสูง แต่เป็นสิ่งที่คน นอกมองไม่เห็น คนที่ไม่ได้เข้ามาเรียนรู้ ระบบ อาจจะมีคำถามว่า คุ้มค่าหรือไม่ในมุมมองของผมแล้ว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องมีระบบใน การบริหารข้อมูล ใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐาน ในการประกอบการตัดสินใจ ถ้าระบบหลังบ้านดี มีการวิเคราะห์ Big Data ที่มีอยู่ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ก็จะทำให้องค์กรเดินไปข้างหน้าแบบไม่หลงทาง ดังนั้น การลงทุนให้กับหลังบ้านจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าครับ

สำหรับโกลเด้นแลนด์เองตอนนี้กำลังเติบโตมาก จากพนักงาน 80 คนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีเกือบ 600 คนแล้ว โครงการที่อยู่อาศัยที่มีขาย จากเดิมมีเพียงไม่กี่โครงการ วันนี้ถ้านับรวม ที่จะเปิดใหม่ทั้งหมด ปีนี้เราจะมีโครงการในมือมากกว่า 80 โครงการ มีอาคารสำนักงานที่บริหารอยู่ 3 อาคาร ประกอบด้วย อาคารสาทรสแควร์ อาคารเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ และอาคารปาร์คเวนเชอร์ ไม่รวมกับโครงการสามย่านมิตรทาวน์ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และยังไม่นับรวม กับแผนที่จะเติบโตต่อไปอีกให้ได้ตาม เป้าหมาย สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดฐานข้อมูล มหาศาล BigData จะหลั่งไหลมาอย่างรวดเร็ว ถ้าเราไม่เตรียมตัวรองรับ เราจะ ทำไม่ทัน

การที่เราจะเปลี่ยนจากบริษัทขนาดเล็ก ขนาดกลาง ก้าวไปสู่บริษัทขนาดใหญ่ได้ เราต้องมีพื้นฐานที่ดี ถ้าข้อมูลมาไม่ทัน เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า หนทางที่เราจะเดินไป ใช่หนทางที่ถูกต้องหรือไม่

ปีนี้เราจึงตัดสินใจลงทุนกว่า 80 ล้านบาท ให้กับเทคโนโลยีของ SAP ที่จะนำมาใช้จัดการข้อมูลทั้งหมดของบริษัททั้งข้อมูลด้านการขาย ฐานลูกค้า ข้อมูลทางบัญชีต่างๆ ซึ่งเราตั้งชื่อเรียกระบบนี้กันภายใน เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า "GOLD PRO" โดยการที่เราจะลงทุนในระบบ ใดจากผู้ให้บริการรายใด นอกจากมองความต้องการขององค์กรแล้ว ยังต้องมองภาพรวมภายนอกด้วย สมัยนี้โลกเชื่อมโยงกันตลอดเวลา เราจะเลือกแต่ระบบที่เฉพาะเจาะจงใช้กับเราองค์กรเดียวไม่ได้แล้ว ถ้ามีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดมันง่ายที่จะเชื่อมโยงกับคนอื่น

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องลงทุนใช้ SAP ซึ่งเป็นระบบที่มีความหลากหลาย มีความทันสมัย และถือว่าเป็นมาตรฐานระดับสากลของระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) หรือ ระบบวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับองค์กร

ขณะที่ในการนำระบบดังกล่าวมาใช้ ก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องอาศัยความทุ่มเทของทีมงานภายในองค์กร ทำงานร่วมกับทีมที่ปรึกษาระบบและทีมระบบที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ซื้อระบบเขามา ให้เขามาเทรนนิ่งแล้วก็จบ ระบบเหล่านี้ต้องถูกคิดและวางแผนร่วมกันว่าจะออกแบบระบบอย่างไรให้นำมาใช้งานแล้ว เหมาะกับองค์กรและมีประสิทธิภาพสูงสุดตามความสามารถของระบบนั้นๆ และส่วนหนึ่งต้องเกิดจากการเลือกใส่ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมและมีความพอดีลงไปเพื่อให้การประมวลผลออกมาได้ ผลที่ ผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายบริหารนำไปใช้งานได้จริง

เมื่อทุกอย่างมีภาพที่ชัดเจนแล้วว่า เราจะเลือกใช้ระบบใดในทิศทางใด ผมก็ตั้งเป้าเลยว่า เราจะต้องนำ GOLD PRO มาใช้ให้ได้ภายในวันที่ 1 พ.ย. 2561 นี้ ให้ทุกคนรับรู้ในเป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้ทีมร่วมกันผลักดันให้ไป ถึงเป้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเรา ในปีนี้ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท