
สงครามการค้า-ทองขึ้น
ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำดีดตัวขึ้นหลังจากที่ลงไปทำระดับต่ำสุดแถว 1,304 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยราคากลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,320-1,325 ดอลลาร์ จากข่าวที่ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศจะทำการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอีก 10% จากการนำเข้าอะลูมิเนียมเกื้อหนุนภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศสะท้อนให้เห็นถึงภาวะการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ และอาจนำไปสู่สงครามการค้าหรือที่หลายฝ่ายเป็นกังวลหลังจากการประกาศการเรียกเก็บภาษีนานาประเทศไม่พอใจและจะหามาตรการโต้ตอบ
ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำดีดตัวขึ้นหลังจากที่ลงไปทำระดับต่ำสุดแถว 1,304 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยราคากลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,320-1,325 ดอลลาร์ จากข่าวที่ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศจะทำการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอีก 10% จากการนำเข้าอะลูมิเนียมเกื้อหนุนภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศสะท้อนให้เห็นถึงภาวะการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ และอาจนำไปสู่สงครามการค้าหรือที่หลายฝ่ายเป็นกังวลหลังจากการประกาศการเรียกเก็บภาษีนานาประเทศไม่พอใจและจะหามาตรการโต้ตอบ
นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่า อาจสร้างผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐได้ ทางด้านสหภาพยุโรป (อียู) มองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO) ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์หลังขึ้นไปทำระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์แถวระดับ 90.932 จุด ก็อ่อนค่ากลับลงมาที่ระดับ 89.90 จุด ทางด้านดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงไปเกือบ 500 จุด ฉุดให้ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันศุกร์ในแดนลบ นำโดยดัชนีนิกเกอิที่ระหว่างวันร่วงไปประมาณ 607 จุดทำให้หุ้นภูมิภาคร่วงลงมาด้วย
แม้การอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์และการร่วงลงของตลาดหุ้นดูเหมือนจะส่งผลบวกต่อตลาดทองคำ แต่ก็ยังมีแรงกดดันจากกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากที่ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนใหม่ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรส โดยมีการส่งสัญญาณถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งปีนี้ และมั่นใจต่ออัตราการขยายตัวที่แข็งแกร่ง ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐค่อนข้างออกมาดีในส่วนของกลุ่มผู้บริโภคและภาคการผลิตสัปดาห์นี้ต้องติดตามปัจจัยสำคัญของสหรัฐ อันได้แก่ภาคแรงงานอันถือเป็น ไฮไลต์สำคัญของสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะข้อมูลการจ้างงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร หากออกมาดีเกินคาดก็จะกดดันราคาทองคำอีกครั้ง
ราคาทองคำยังคงมีความผันผวนอยู่ในกรอบ 1,310-1,335 ดอลลาร์ และไม่มีความชัดเจนของทิศทาง ทั้งนี้ โดยองค์รวมจะเห็นได้ว่าราคาทองคำมีการสร้าง Double Top บริเวณ 1,360 ดอลลาร์ และมี Double Bottom บริเวณ 1,310 ดอลลาร์ จึงทำให้วิเคราะห์ได้ว่าราคาทองคำจะแกว่งตัวอย่างไร้ทิศทางต่อไปโดยจะมีแนวรับสำคัญ 1,305 ดอลลาร์ และมีแนวต้านสำคัญที่แข็งแกร่งบริเวณ 1,360 ดอลลาร์ ขณะที่ภาพรวมยังไม่กลับตัวชัดเจน
สำหรับราคาทองคำของไทย โดยหลักแล้วยังอยู่ในแนวโน้มแกว่งตัวแคบมีแนวรับอยู่ที่ระดับบาทละ 19,600 บาท และแนวต้านที่ระดับบาทละ 19,900 บาท โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมราคาทองไทยอยู่ต่ำกว่าบาทละ 20,000 บาท ราคาทองไทยจึงถูกอยู่บริเวณนี้มากว่า 4 เดือนแล้ว







