
ปลาฟูกุชิมาถึงไทย
นันทิยา วรเพชรายุทธเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวชิ้นหนึ่งที่เป็นข่าวใหญ่ลงในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับของญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นส่งออกปลาจาก จังหวัดฟูกุชิมา ได้เป็นครั้งแรกแล้วในรอบเกือบ 7 ปี นับตั้งแต่เกิดเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหลเมื่อปี 2011 และประเทศแรกที่ยอมนำเข้าปลาจากพื้นที่นี้ก็คือ "ประเทศไทย"
นันทิยา วรเพชรายุทธ
เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวชิ้นหนึ่งที่เป็นข่าวใหญ่ลงในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับของญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นส่งออกปลาจาก จังหวัดฟูกุชิมา ได้เป็นครั้งแรกแล้วในรอบเกือบ 7 ปี นับตั้งแต่เกิดเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหลเมื่อปี 2011 และประเทศแรกที่ยอมนำเข้าปลาจากพื้นที่นี้ก็คือ "ประเทศไทย"
สื่อหลายสำนัก อาทิ เจแปนไทมส์ และอาซาฮีชิมบุน ระบุว่า ปลาล็อตแรกในกลุ่มปลาลิ้นหมา (Flatfish) น้ำหนักรวม 110 กิโลกรัม จากท่าเรือโซมะ จังหวัดฟูกุชิมา ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยจะนำร่องไปเสิร์ฟตามร้านอาหารญี่ปุ่น 12 แห่งในกรุงเทพฯ ก่อน จากนั้นคาดว่าจะทยอยนำเข้าเพิ่มขึ้นและกระจายไปตามช่องทางอื่นมากขึ้น
ปลาล็อตนี้ถูกจับโหลดขึ้นที่ท่าเรือโซมะ ห่างจากโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิจิ หมายเลข 1 ราว 52 กม.เท่านั้น แต่หน่วยงานของญี่ปุ่นยืนยันว่าเป็นปลาที่ผ่านการตรวจมาตรฐานการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีอย่างเข้มงวดแล้ว
ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่นแห่งนี้ก็ยืนยันด้วยว่า สินค้าทะเลในแถบนี้ไม่มีค่าปนเปื้อนเกินกว่ามาตรฐานมานานเกือบ 3 ปีแล้ว โดยยืนยันว่าปลาตัวอย่างที่จับมาสุ่มตรวจนั้น มีการ ปนเปื้อนของสารซีเซียม137 ไม่เกินค่ามาตรฐานมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2014 แม้ว่าในปี 2017 ที่ผ่านมา
อาซาฮี ระบุว่า การนำเข้าครั้งนี้มีขึ้นตามข้อเสนอของบริษัทเทรดดิ้งญี่ปุ่น ซาโต ซุยซัน ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่นำเข้า "ลูกพีช" จากจังหวัด ฟูกุชิมาเข้ามายังประเทศไทยครั้งแรกในปี 2013 ซึ่งในครั้งนั้นประเทศไทยยังเป็นประเทศแรกในโลกที่นำเข้าสินค้ากลุ่มอาหารจากฟูกุชิมา หลังเกิดเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหลอีกด้วย
แน่นอนว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงในหลายด้าน และสินค้าที่ส่งมาก็ไม่น่าจะมีปัญหาปนเปื้อนเกินมาตรฐาน คือปนเปื้อนได้ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อีกทั้งยังมีปริมาณน้อย และจำกัดช่องทางการขายในร้านอาหารญี่ปุ่นแค่ 12 แห่งก่อนเท่านั้น
แต่คำถามสำคัญก็คือ "คนไทย รู้เรื่องนี้กันหรือไม่"
คนไทยในฐานะผู้บริโภค ควรได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะตัดสินใจบนวิจารณญาณของตัวเองว่าจะเลือกบริโภคสินค้านั้นๆ หรือไม่
เคสนี้แทบไม่ต่างอะไรกับเคสนำเข้าลูกพีชเมื่อปี 2013 ที่คนไทยหรือสื่อไทยทราบข่าวมาจากพื้นที่เล็กๆ ในรายงานของเจโทรที่ระบุว่า ไทยเป็นประเทศแรกที่ญี่ปุ่นส่งออกผลผลิตทางการเกษตรจากจังหวัดฟูกุชิมา นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์นิวเคลียร์ สะท้อนถึงความร่วมมือด้านการเกษตรที่ใกล้ชิดกัน โดยส่งออกลูกพีชเป็นอย่างแรก ตามด้วยแอปเปิ้ล
ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันที่หน่วยงานของเราไม่มีการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้บริโภคได้รับทราบ กลายเป็นว่าคนไทยรู้เรื่องผ่านสื่อของญี่ปุ่น ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์และความกังวลตามโลกโซเชียลมีเดียในขณะนี้ เพราะไม่ได้รับข้อมูลเพียงพอ ยิ่งมีข่าวในช่วงใกล้เคียงกันว่า เกาหลีใต้กำลังอุทธรณ์สู้กับญี่ปุ่นในองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องไม่ยอมรับปลานำเข้าจากญี่ปุ่น ก็ยิ่งทำให้เกิดความกังวลกันไปต่างๆ นานา
จะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ คนไทยสามารถใช้วิจารณญาณตัดสินได้บนพื้นฐานการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนค่ะ n







