
เอ็กโกสนลงทุนถ่านหินเฟส2
เอ็กโกหวังลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1,000 เมกะวัตต์ เสริมพลังงานภาคใต้ ชี้แนวทางนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจียังไม่เปิดกว้างพอ
เอ็กโกหวังลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1,000 เมกะวัตต์ เสริมพลังงานภาคใต้ ชี้แนวทางนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจียังไม่เปิดกว้างพอ
นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า (เอ็กโก กรุ๊ป) เปิดเผยว่า ขณะนี้เอ็กโกมีความพร้อมในการเข้าเสริมความมั่นคงทางพลังงานภาคใต้ โดยเสนอให้ภาครัฐควรจะบรรจุการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่โรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยทำเป็นเฟส 2 ขนาดกำลังการผลิต 1,000 เมกะวัตต์ เข้าไปอยู่ในแผน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้ หากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ไม่เกิดขึ้น
"เอ็กโก กรุ๊ป มีความพร้อมสำหรับการลงทุนตามนโยบายของภาครัฐและตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี) ที่กำลังจะมีการปรับปรุงใหม่ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (เอสพีพี) และขนาดเล็กมาก (วีเอสพีพี) ประเภทพลังงานหมุนเวียน โดยมีความสนใจเข้าร่วมประมูลลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียน 300 เมกะวัตต์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมของการต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของ โรงไฟฟ้าเอสพีพี และมีความพร้อมที่จะขยายโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (ไอพีพี) ในพื้นที่เดิมด้วย" นายจักษ์กริช กล่าว
นอกจากนี้ ยังสนใจการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และพัฒนาเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (เอเนอร์ยี่สตอเรจ) โดยในธุรกิจแอลเอ็นจีนั้น มองว่ายังไม่ครอบคลุมถึงบุคคลที่สาม (เติร์ดปาร์ตี้) อย่างเพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้เล่นเพียง 2 รายเท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้รัฐเปิดกว้างมากขึ้น
สำหรับงบลงทุนของเอ็กโก กรุ๊ป ในปี 2561 ได้เตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท สำหรับ 3 โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ได้แก่ โรงไฟฟ้าไซยะบุรี และโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 1 ใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ในปี 2562 และ 2565
อย่างไรก็ตาม งบลงทุนดังกล่าวยังไม่นับรวมโครงการใหม่ที่จะเข้าไปลงทุนและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 3 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าปากแบง สปป.ลาว โรงไฟฟ้าสตาร์ เอนเนอร์ยี่ ส่วนขยาย หน่วยที่ 3 และ 4 ประเทศอินโดนีเซีย และโรงไฟฟ้ากวางจิ ประเทศเวียดนาม ในการดำเนินงานในปีนี้จะเน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศในเอเชียแปซิฟิก และเน้นการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อย่างน้อย 10%
สำหรับกำไรสุทธิปี 2560 อยู่ที่ 1.18 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 3,497 ล้านบาท หรือคิดเป็น 42% โดยมีหลายโครงการที่เดินเครื่องได้ตามกำหนด ได้แก่ โรงไฟฟ้าคลองหลวง จ.ปทุมธานี และโรงไฟฟ้าบ้านโป่ง จ.ราชบุรี และมีการขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ การโอนหุ้นในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพซาลักและ ดาราจัท ประเทศอินโดนีเซียแล้วเสร็จ และการลงทุนใหม่ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเทิน 1 สปป.ลาว ในสัดส่วน 25%







