posttoday
ใต้ฟ้า-เหนือป่า...ตำรวจไทย

ใต้ฟ้า-เหนือป่า...ตำรวจไทย

01 มีนาคม 2561

สมผล ตระกูลรุ่ง ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีอะไรที่ตํารวจไทยทําไม่ได้ วลีเด็ดของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ยังเป็นอมตะวาจาไม่ว่าในยุคสมัยใด ตำรวจไทยยังคงทำได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะในทางเลวร้าย แม้จะมีคนดีอยู่บ้าง แต่รังสีอำมหิตของตำรวจไม่ดีบดบังไปหมด เราจึงได้เห็นกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำที่ผิดเพี้ยน ไม่ตรงไปตรงมา อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติของมนุษย์ที่ยังมีกิเลส ใครก็ตามที่มีอำนาจอยู่ในมือมักจะใช้อำนาจนั้นไปในทางแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง

สมผล ตระกูลรุ่ง

ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีอะไรที่ตํารวจไทยทําไม่ได้ วลีเด็ดของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ยังเป็นอมตะวาจาไม่ว่าในยุคสมัยใด ตำรวจไทยยังคงทำได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะในทางเลวร้าย แม้จะมีคนดีอยู่บ้าง แต่รังสีอำมหิตของตำรวจไม่ดีบดบังไปหมด เราจึงได้เห็นกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำที่ผิดเพี้ยน ไม่ตรงไปตรงมา อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติของมนุษย์ที่ยังมีกิเลส ใครก็ตามที่มีอำนาจอยู่ในมือมักจะใช้อำนาจนั้นไปในทางแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง

ธุรกิจสีเทาผิดกฎหมายทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบ่อนการพนัน สถานที่ค้าประเวณี เจ้ามือหวยเถื่อน หรือแม้แต่ตลาดผิดกฎหมาย ชาวบ้านรู้กันทั้งนั้น แต่ตำรวจไทยไม่รู้

การดำเนินคดีที่อยู่ในมือตำรวจกรณีเจ้าสัวเข้าไปล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร สังคมกำลังจับตาดูว่าเสือดำแห่งทุ่งใหญ่นเรศวรจะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำนี้หรือไม่

คดีนี้ต้องชื่นชมหัวหน้าวิเชียร ชิณวงษ์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่กล้าหาญชาญชัยจับเจ้าสัวใหญ่พร้อมของกลางครบถ้วน จับได้แบบคาหนังคาเขาชนิดที่ใช้สามัญสำนึกธรรมดาก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการร่วมกันกระทำความผิด แต่เมื่อเราอยู่ภายใต้กระบวนวิธีการพิสูจน์ความผิดตามหลักสากล จึงต้องส่งเรื่องให้ตำรวจเป็นผู้สืบสวนสอบสวนเพื่อส่งอัยการฟ้องศาลต่อไป แล้วสังคมก็คลางแคลงไม่แน่ใจว่าเสือดำจะตายฟรีหรือไม่ ยิ่งนายตำรวจใหญ่อย่าง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เข้ามาควบคุมคดีเอง แทนที่จะสร้างความมั่นใจ กลับทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการทำงานของตำรวจ

อย่าไปสงสัยเลยครับว่า ทำไมสังคมจึงไม่ไว้วางใจการทำงานของตำรวจในคดีนี้ เพราะวิธีการสอบสวนที่เกิดขึ้นมันชวนให้น่าสงสัย

เริ่มจากเมื่อคดีอยู่ในมือตำรวจมีแต่ข่าวการเรียกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้จับกุมไปสอบตลอด 1 เดือน ไม่เคยเรียกผู้ต้องหาไปสอบบ้างเลย ในขณะจับกุมมีข่าวเพียงว่าผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ซึ่งเหตุการณ์ในตอนนั้นน่าจะไม่มีการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบ เพราะต้องนำตัวไปฝากขังต่อศาล

ประเด็นการสอบเจ้าหน้าที่ผู้จับกุม ในทางกฎหมายย่อมมีความจำเป็นต้องทำเพื่อจะได้พยานหลักฐานจะเอาผิดกับผู้ต้องหาให้ได้ หากพยานหลักฐานอ่อนผู้กระทำผิดอาจหลุดในชั้นพิจารณาของศาลได้ แต่ในฐานะนักกฎหมายก็มีความรู้สึกว่ามีการสอบเจ้าหน้าที่ป่าไม้มากเกินไปหรือเปล่า คดีนี้ไม่ได้สลับ ซับซ้อน การเรียกมาสอบครั้งหรือสองครั้งก็น่าจะเพียงพอ การเรียกเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมาสอบบ่อยครั้ง อดคิดไม่ได้ว่าเป็นการสร้างความยุ่งยากให้กับเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมหรือเปล่า ลำพังการจับกุมผู้กระทำผิดอย่างนี้ก็ยากเย็น แสนเข็ญ เมื่อคดีอยู่ในมือตำรวจแทนที่จะผ่อนคลายได้บ้าง กลับต้องเผชิญกับกระบวนการสอบสวนที่ยุ่งยาก

ถ้าหัวหน้าวิเชียรเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทุกวันนี้คงนอนสบายๆ เผลอๆ อาจจะได้รางวัลงามๆ จากเจ้าสัวบ้างก็ได้ ไม่ต้องถูกกดดันทั้งจากกระบวนการสอบสวนและผู้บังคับบัญชาที่มีข่าวว่าสั่งห้ามไม่ให้ข่าว และไม่รู้ว่ามีแรงกดดันอื่นหรือไม่

ประเด็นต่อมาคือการตั้งข้อหา นอกจาก 9 ข้อหาเกี่ยวกับการทำผิดในป่าแล้ว ยังมีข้อหาทารุณสัตว์ที่เป็นประเด็นที่สร้างความคลางแคลงสงสัยให้กับสังคมอย่างมาก ประเด็นนี้ในทางกฎหมายเข้าใจได้ว่าไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทารุณสัตว์ เนื่องจากไม่เข้านิยามของคำว่าสัตว์ในกฎหมายนี้ที่มุ่งคุ้มครองสัตว์บ้าน เนื่องจากสัตว์ป่ามีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้ว

แต่เป็นเรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์พันลึก ที่เรื่องนี้ทางฝ่ายผู้ต้องหาเองยังไม่ได้โวยวายอะไร ไม่ได้โต้แย้งอะไรเลย แต่ตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. กลับออกมาบอกให้ถอนข้อหานี้ และที่ร้ายไปกว่านั้น มีการลงโทษภาคทัณฑ์พนักงานสอบสวนที่รับแจ้งข้อหานี้ไว้ เป็นที่งุนงงสงสัยในหมู่นักกฎหมายว่าปกติตำรวจมักจะถูกลงโทษจากการที่ไม่รับแจ้งความ ก็เพิ่งจะได้ยินเรื่องนี้ที่ตำรวจถูกลงโทษเพราะตั้งข้อหา ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นข้อหาที่มีความเกี่ยวเนื่องใกล้ชิดกัน

โดยปกติตำรวจจะแจ้งข้อหาคลุมไว้ให้เยอะที่สุด ครอบคลุมที่สุด แล้วทำการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานให้เข้าองค์ประกอบของความผิดตามข้อหาที่ตั้ง เคยเห็นแต่ผู้ต้องหาร้องขอโต้แย้งว่าข้อหาที่ตั้งไม่ถูกต้อง ขอให้พนักงานสอบสวนยกเลิก แต่ก็ยังไม่เคยเห็นว่าจะมีคดีใดที่พนักงานสอบสวนยอมยกเลิกเอง หากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังไม่มีการสรุปสำนวน

ที่แปลกมากไปกว่านั้น เมื่อรอง ผบ.ตร.ให้เหตุผลที่ให้ถอนข้อหานี้ว่า คดีไม่มีพฤติการณ์การทารุณ เนื่องจากไม่มีเครื่องมือการทารุณ จึงไม่มีความผิดฐานทารุณสัตว์ การชี้แจงอย่างนี้นอกจากไม่ทำให้สิ้นสงสัยแล้ว กลับสงสัยหนักขึ้นไปอีกว่าขั้นตอนขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ท่านไปสรุปได้อย่างไรว่าจะไม่มีพฤติการณ์การทารุณ คำว่าทารุณสัตว์จะต้องใช้เครื่องมือเท่านั้นหรือ ผู้ที่จะชี้ว่าเป็นการทารุณหรือไม่คือศาลมิใช่หรือ ทำไมไม่ปล่อยให้พนักงานสอบสวนเขาทำหน้าที่ให้สิ้นกระแสความเสียก่อน แล้วค่อยท้วงติงจะไม่ดีกว่าหรือ

เป็นการเอาใจใครหรือเปล่า หรือเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่า

ประการสุดท้ายที่สังคมคลางแคลงใจคือ การที่รอง ผบ.ตร.ไปต้อนรับผู้ต้องหาด้วยตัวเองที่กาญจนบุรี มีเหตุผลความจำเป็นเพียงใด และตามข่าวคุณตำรวจใหญ่ก็ไม่ได้สอบเอง คำถามแรกคือ ท่านไปเพื่ออะไร และยิ่งมีภาพปรากฏการรับไหว้ยิ่งทำให้สงสารเสือดำว่าจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ แม้การตัดภาพที่ท่านก้มลงไหว้นั้นไม่เป็นธรรมกับท่านก็ตาม แต่ถ้าดูตามคลิปทั้งหมดแล้ว แม้ผู้ต้องหาจะไหว้ท่านก่อนก็จริง แต่ตามคลิปนั้นท่านรับไหว้แล้วโดยไม่ได้ก้มหัวลง แต่หลังจากรับไหว้ครั้งแรก ท่านก้มหัวลงอีกครั้ง ทำไมการรับไหว้ต้องถึงขนาดน้อมก้มหัวลงไปเลยหรือ และยิ่งมีนายตำรวจออกมาชี้แจงว่าเป็นการนอบน้อมกับผู้อาวุโส ยิ่งทำให้งงไปใหญ่ ถ้าถือตามอาวุโส รอง ผบ.ตร.ต้องไหว้ผู้ต้องหาก่อนเพราะอายุน้อยกว่า แต่ที่ผู้ต้องหาไหว้ก่อนนั้นเป็นการให้ความเคารพในหน้าที่ ในขณะที่อยู่เครื่องแบบ การยกมือรับไหว้ก็งามพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องก้มหัวลงอย่างนั้น

ถ้าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองยังไม่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของประชาชน ยังยึดเกาะใช้อำนาจในหน้าที่โดยไม่มีความละอาย ความเป็นธรรมจะเกิดได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาหรู ตำรวจไซด์ไลน์ การตะแบงอุ้มตลาดผิดกฎหมาย รวมทั้งการให้ความเป็นธรรมกับเสือดำ

เสือดำไม่มีขวานที่จะใช้เรียกร้องความเป็นธรรม มีเพียงสายตาที่ร้องขอความเป็นธรรมจากมนุษย์ที่เห็นแก่ตัว n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท