posttoday
ยกมาตรฐาน ‘ไอซีโอ พอร์ทัล’

ยกมาตรฐาน ‘ไอซีโอ พอร์ทัล’

02 มีนาคม 2561

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์แม้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังไม่ได้ออกประกาศใดๆ เกี่ยวกับการเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) แต่ก็เคยระบุชัดเจนแล้วว่า ในที่สุดแล้วหากเปิดให้ระดมทุนด้วยการออกไอซีโอได้จริง ก็คงจะต้องมีผู้ที่มาทำหน้าที่คล้ายๆ กับ ก.ล.ต.ในการดูแลไอซีโอ หรือมีศัพท์เทคนิคเรียกว่า "ไอซีโอ พอร์ทัล" ซึ่งปัจจุบันก็มีบางรายประกาศชัดเจนแล้วว่าจะมาทำหน้าที่นี้

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

แม้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังไม่ได้ออกประกาศใดๆ เกี่ยวกับการเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) แต่ก็เคยระบุชัดเจนแล้วว่า ในที่สุดแล้วหากเปิดให้ระดมทุนด้วยการออกไอซีโอได้จริง ก็คงจะต้องมีผู้ที่มาทำหน้าที่คล้ายๆ กับ ก.ล.ต.ในการดูแลไอซีโอ หรือมีศัพท์เทคนิคเรียกว่า "ไอซีโอ พอร์ทัล" ซึ่งปัจจุบันก็มีบางรายประกาศชัดเจนแล้วว่าจะมาทำหน้าที่นี้

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งพร้อมด้วย สันติธาร เสถียรไทย ที่ปรึกษา บริษัท ไอโครา ได้มาให้ความรู้กับกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เกี่ยวกับเรื่องเงินสกุลดิจิทัล รวมถึงไอซีโอและประเด็นที่น่าสนใจของไอซีโอ พอร์ทัล

การดี เปิดเผยว่า ขณะนี้เท่าที่ทราบในวงจำกัดมีผู้ที่สนใจจะทำหน้าที่ไอซีโอ พอร์ทัล หรือผู้คัดกรองการเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้ประชาชนทั่วไป (ไอซีโอ) นอกเหนือจากไอโคราประมาณ 5-6 ราย โดยในส่วนของ ไอโคราได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับมาตั้งแต่ต้น เช่น ก.ล.ต. เนื่องจาก เชื่อว่าในอนาคตไอซีโอ พอร์ทัล ก็ควรจะถูกควบคุมดูแล ซึ่งหาก ก.ล.ต.ออกเกณฑ์เกี่ยวกับไอซีโอมาแล้ว ไอซีโอ พอร์ทัลต่างๆ ก็คงต้องได้รับการขึ้นทะเบียนยอมรับจาก ก.ล.ต.ก่อน

ทั้งนี้ กรณีตัวอย่างที่เห็นในต่างประเทศที่น่าสนใจก็คือ มีผู้ประกอบการบางรายที่วางสถานะตัวเองเป็นไอซีโอ พอร์ทัล แต่กลับทำหน้าที่เพียงการรับจ้างเขียนไวท์เปเปอร์ หรือร่างรายละเอียดโครงการที่จะเสนอขายไอซีโอให้น่าสนใจเท่านั้น เพื่อหวังค่าธรรมเนียมที่จะได้รับจากการระดมทุนของผู้ออกไอซีโอ อย่างไรก็ตามในความจริงแล้ว ไอซีโอ พอร์ทัล ควรเป็นผู้ช่วยนักลงทุนในการคัดกรองผู้ที่คิดจะออกไอซีโอด้วยตามรายการตรวจสอบ (เช็กลิส) เพื่อคัดให้ได้ผู้ออกเหรียญดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง

"การให้ความสำคัญกับคุณภาพของผู้ทำไอซีโอ พอร์ทัล เป็นสิ่งสำคัญ บางรายอาจทำงานกับผู้ออกไอซีโอ เพื่อได้ค่าธรรมเนียม ค่าจ้างจากผู้ออกรับจ้างเขียนไวท์เปเปอร์ เน้นสร้างรายได้อย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ว ไอซีโอ พอร์ทัล ต้องมีหน้าที่คัดกรองผู้ออกไอซีโอด้วย เพราะแม้ข้างหนึ่งผู้ออกไอซีโอจะเป็นลูกค้าไอซีโอ พอร์ทัล แต่ต้องไม่ลืมว่า ลูกค้าระยะยาว คือนักลงทุน ดังนั้น จึงต้องไม่มองเพียงเงินส่วนแบ่งที่จะได้รับจากการทำให้ผู้ออกไอซีโอระดมทุนแต่ต้องมองเรื่องความยั่งยืนด้วย" การดี กล่าว

สันติธาร กล่าวว่า ผู้ที่จะทำหน้าที่ ไอซีโอ พอร์ทัล ควรเป็นเอกชน ที่จะ ต้องมาดูความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนไอซีโอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ไอซีโอ พอร์ทัล คัดกรองแล้วจะมองออกได้ 100% ว่าผู้ที่ระดมทุนด้วยไอซีโอไปจะดำเนินการสำเร็จ

สิ่งที่ไอซีโอ พอร์ทัล ช่วยได้คือ การเลือกว่าธุรกิจที่คิดออกไอซีโอรายใดที่มีความเป็นไปได้ที่จะอยู่รอดในอนาคต ช่วยพิจารณาว่าราคาเหมาะสมหรือไม่สำหรับเหรียญที่จะออก เพราะราคานั้นจะมีผลกับเงื่อนไขวิธีการคืนประโยชน์ของเหรียญดิจิทัลนั้นในอนาคตด้วย

ขณะที่ที่ผ่านมาในตลาดโลกมีเว็บไซต์ที่ให้คะแนน (เรตติ้ง) กับไอซีโอ มีทั้งรูปแบบรวมความเห็นที่ผู้ซื้อไอซีโอ หรือผู้อ่านไวท์เปเปอร์ที่ให้คะแนนไว้ และแบบที่มีสถาบันมาจัดเรตติ้ง ซึ่งกรณีที่เคยเกิดขึ้น ได้แก่ บริษัท Weiss Ratings สถาบันจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ ที่ผ่านมาก็ได้จัดอันดับของเหรียญดิจิทัลอย่าง อิธิเลียมและบิตคอยน์ไป โดยให้เรตติ้งอิธิเลียมสูงกว่าบิตคอยน์ด้วย

สำหรับไทย ไอซีโอ พอร์ทัล น่าจะทำหน้าที่ในการให้คะแนนแบบคร่าวๆ คือ สอบผ่านหรือสอบตก หากสอบผ่านจึงจะออกไอซีโอได้ จากนั้นเมื่อขาย ไอซีโอเรียบร้อยเข้าสู่ตลาดแล้ว ก็คงจะมีผู้ที่ร่วมลงทุนร่วมกันให้คะแนนอีกครั้ง ส่วนกรณีที่มีบริษัทจดทะเบียนออกไอซีโอ แล้วทำให้บางคนมองว่าจะได้รับการยอมรับมากกว่าผู้ออกไอซีโอที่เพิ่งประกอบธุรกิจหรือไม่เป็นที่รู้จักนั้น อยากให้มองว่าประเด็นนี้เป็นดาบสองคม

แม้บริษัทจดทะเบียนจะมีแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ แต่ไม่ได้หมายความว่าโครงการที่ออกจะดี ดังนั้น ต้องไปพิจารณาด้วยว่าผลิตภัณฑ์ที่จะออกใหม่แล้วต้องมา ระดมทุนผ่านไอซีโอเป็นโครงการที่ดีจริงหรือไม่ หากคนเชื่อถือในตัวบริษัทแต่ลืมดูตัวโครงการก็อาจจะเป็นปัญหาได้ในภายหลัง

สันติธาร ให้คำนิยามเกี่ยวกับ ไอซีโอว่า ไอซีโอก็เหมือนกับเด็กวัยรุ่นมีความใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ วัยรุ่นบางกลุ่มอาจจะทำตัวห่าม ทำอะไรนอกลู่นอกทาง นอกกฎหมายไป แต่เมื่อเขาได้เรียนรู้ สุดท้ายก็อาจจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ แต่ก็อาจจะมีวัยรุ่นบางกลุ่มที่ทำอะไรเกินเลยมากเกินไป ก็อาจจะต้องถูกลงโทษบ้าง ขณะที่การควบคุมไอซีโอก็ไม่ต่างจากหลักการควบคุมดูแลวัยรุ่น หากคุมน้อยเกินไปก็ไม่ดี แต่ถ้าคุมมากเกินไปก็อาจไปฆ่าการระดมทุนรูปแบบใหม่ไม่ให้เกิดเลยก็ได้

"ถ้าคุมน้อยเกินไปก็อาจจะเกิดปัญหาไอซีโอหลอกลวงคน หรืออาจจะเป็นไอซีโอที่ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคน แต่มีภาพฝันลอยๆ ตั้งตัวเลขเอาไว้ แต่ไม่มีความสามารถทำได้จริง หรือถ้าคุมมากเกินไป ปิดทุกอย่าง ไม่ให้ทำเลย ก็จะไปตัดศักยภาพของเด็กวัยรุ่นที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่" สันติธาร กล่าว

ทางด้านประเด็นการออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลไอซีโอนั้น สันติธารมองว่า สาเหตุที่การออกกฎเกณฑ์ทำได้ไม่เร็วนั้น จุดสำคัญก็มาจากหน่วยงานกำกับต้องให้ความสำคัญกับประเด็นการจำกัดความเสี่ยงสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ในขณะเดียวกันก็ยังต้องระมัดระวังการออกเกณฑ์ที่ผู้ออกเองก็ยังไม่มีความเข้าใจ 100% เพราะเกณฑ์นั้นอาจไปทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการได้ คือไปทำลายนวัตกรรม โดยที่ยังไม่ได้ปิดรูรั่วที่ต้องการปิดด้วยซ้ำ เนื่องจากคนที่เก่งมากๆ อาจจะหาช่องทางหลบเลี่ยงและหลุดจากเกณฑ์ได้ง่าย หน่วยงานกำกับจึงพยายามระวังในประเด็นนี้

อีกประเด็นที่จำเป็นของเกณฑ์ที่จะออกมาก็คือ ต้องตีกรอบไว้ชัดเจนว่า เรื่องใดคือบทบาทของหน่วยงานกำกับที่เป็นภาครัฐ แล้วเรื่องไหนที่ไม่ใช่บทบาทของหน่วยงานกำกับภาครัฐ แต่เป็นประเด็นที่คนในระบบเศรษฐกิจนั้นต้องดูแลกันเอง ซึ่งเบื้องต้น ก.ล.ต. หรือหน่วยงานรัฐควรจะให้น้ำหนักดูเรื่องความโปร่งใสในการออกไอซีโอ แต่ไม่ควรไปดูว่าธุรกิจที่ออกไอซีโอนี้มีโอกาสจะล้มเหลวหรือไม่ และในกรณีผู้ลงทุนได้รับความเสียหายจากการลงทุนในไอซีโอ ก.ล.ต. หรือหน่วยงานรัฐอื่นไม่ควรต้องเข้าไปรับผิดชอบความเสียหายนี้ เพราะนักลงทุนต้องรับความเสียหาย เหมือนกับการทำธุรกิจเอง ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงนั้นเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท