
ผลกระทบจากแนวโน้มดอลลาร์แข็งค่า
พีรพรรณ สุวรรณรัตน์กุลณัฎฐา อังศุไพฑูรย์สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30-31.70 โดยมองว่าเงินบาทยังคงได้รับผลกระทบจากสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของเจอโรม โพเวล ซึ่งทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า อีกทั้งยังมีการประกาศตัวเลขอัตราการว่างงานสหรัฐ และความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะประกาศภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมอาจทำให้สัญญาณสงครามการค้าร้อนแรงขึ้นและมีเงินทุนไหลออกจากสหรัฐเข้าสู่ตลาดอื่นๆ และทำให้เงินบาทกลับแข็งค่า
พีรพรรณ สุวรรณรัตน์กุลณัฎฐา อังศุไพฑูรย์สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30-31.70 โดยมองว่าเงินบาทยังคงได้รับผลกระทบจากสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของเจอโรม โพเวล ซึ่งทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า อีกทั้งยังมีการประกาศตัวเลขอัตราการว่างงานสหรัฐ และความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะประกาศภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมอาจทำให้สัญญาณสงครามการค้าร้อนแรงขึ้นและมีเงินทุนไหลออกจากสหรัฐเข้าสู่ตลาดอื่นๆ และทำให้เงินบาทกลับแข็งค่า
ค่าเงินบาท เปิดตลาดที่ระดับ 31.46 โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในเดือน ม.ค.ที่ออกมาเกินดุลมากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากดุลบริการที่เกินดุลมากขึ้นมาก
หลังจากนั้นเงินบาทกลับมาอ่อนค่าตามปัจจัยของดอลลาร์ การแถลงนโยบายการเงินของโพเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ คนใหม่ต่อรัฐสภาสหรัฐ มีสัญญาณการสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่า 3 ครั้งในปีนี้ โดยเขามองเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งจากตลาดแรงงานที่เข้าสู่ภาวะปกติ และแรงกระตุ้นจากกฎหมายปฏิรูปภาษี ซึ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น
คำแถลงดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น และทำให้ค่าเงินสกุลเอเชียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทอ่อนค่าขึ้น โดยเงินบาทปิดตลาดไม่เปลี่ยนแปลงจากต้นสัปดาห์โดยปิดที่ระดับ 31.47 (วันศุกร์เวลา 17.55 น.)
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 106.87 โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวผันผวนใน ช่วงอาทิตย์ โดยแข็งค่าในช่วงต้นสัปดาห์ตามตัวเลขเงินเฟ้อญี่ปุ่นที่ประกาศสูงกว่าที่ตลาดคาดจากผลของราคาในกลุ่มอาหารสดที่เร่งขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัว ทั้งนี้ ค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่ามากสุดในรอบสี่วันตามปัจจัยของสหรัฐจากแถลงการณ์ของประธานเฟดโพเวล
ขณะที่ในช่วงปลายสัปดาห์ภาวะ Risk off ในตลาดการเงินโลกได้ส่งผลเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะญี่ปุ่น ตามความเสี่ยงการค้าโลกที่ปรับสูงขึ้นภายหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแถลงว่าจะประกาศนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ โดยการปรับเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมที่ 25% และ 10% ตามลำดับ ส่งผลให้เงินเยนกลับไปแข็งค่า โดย USD/JPY ลดลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ และปิดตลาดที่ 105.63
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.2296 และผันผวน โดยมีปัจจัยหลักจากความผันผวนในสหรัฐ โดยค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นต้นสัปดาห์จากถ้อยแถลงของประธานอีซีบีที่มีมุมมองด้านบวกต่อแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของยูโรโซน ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรกลับมาอ่อนค่ามากถึง 0.7% หลังจากถ้อยแถลงของประธานเฟด ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ก่อนจะมีการแข็งค่าขึ้นบ้าง เมื่อวันศุกร์จากการประกาศนโยบายกีดกันทาง การค้าของสหรัฐส่งผลให้ค่าเงินยูโร ปิดตลาดที่ 1.2283







