
เปิดทางฟื้นฟูกิจการก่อนฟ้องล้มละลาย
กฎหมายล้มละลายฉบับใหม่ เปิดทางลูกหนี้ยื่นฟื้นฟูได้ไม่ต้องหนี้สิ้นล้นพ้นตัวก่อน เพิ่มประสิทธิภาพตามสืบทรัพย์คืนได้มากขึ้น
กฎหมายล้มละลายฉบับใหม่ เปิดทางลูกหนี้ยื่นฟื้นฟูได้ไม่ต้องหนี้สิ้นล้นพ้นตัวก่อน เพิ่มประสิทธิภาพตามสืบทรัพย์คืนได้มากขึ้น
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2561 ฉบับที่ 10 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเษกษาแล้ววันที่ 2 มี.ค. 2561 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 มี.ค. 2561 สำหรับสาระสำคัญของกฎหมาย โดยให้เปิดทางลูกหนี้สามารถยื่นฟื้นฟูกิจการได้ หากไม่มีความสามารถการชำระหนี้ได้ตามกำหนด จากเดิมจะต้องหนี้สินล้นพ้นตัวเท่านั้น แต่ยังคงกำหนดว่าจะต้องมีหนี้รวมกันไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทตามเดิม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับมาฟื้นฟูกิจการได้ ทั้งนี้ ยังมีผลต่อการจัดอันดับความยากง่ายการประกอบธุรกิจของธนาคารโลกด้วย
อย่างไรก็ตาม ยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามทรัพย์เพื่อนำมาคืนกับ เจ้าหนี้ โดยกรมบังคับคดีได้มีการ เชื่อมโยงข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ ซึ่งจะทำให้อัตราการติดตามทรัพย์คืนได้มากขึ้น และในกรณีที่มีการฉ้อฉลหรือปิดบังซ่อนเร้นทรัพย์ไว้ โดยโอนไปให้ผู้คืนก็ให้สามารถเพิกถอนทรัพย์ดังกล่าวได้
สำหรับทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันมีสภาพเป็นของสดเสียง่าย หรือหากหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะเกินส่วนกับค่าของทรัพย์สินเจ้าหนี้มีประกันอาจใช้สิทธิจําหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแล้วเก็บเงินไว้แทน
นอกจากนี้ ยังแก้ไขกฎหมายให้การโฆษณาคําสั่งหรือคําพิพากษาของศาล หรือประกาศ หรือคําสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จากเดิมต้องลงในหนังสือพิมพ์รายวันให้สามารถสื่ออิเล็กทอรนิกส์แทนการลงประกาศในหนังสือพิมพ์ได้
สำหรับคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้บังคับตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2561 ใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
น.ส.รื่นวดี กล่าวว่า กฎหมายยังเปิดให้กรมบังคับคดีจัดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ารับการฝึกอบรมก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้มีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน รวมถึงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะและความเชี่ยวชาญ ตามหลักสูตรการฝึกอบรม และอนาคตจะพัฒนาเป็นองค์พิเศษสถาบันฝึกอบรมวิชาชีพบังคับคดี โดยเปิดให้เอกชนเข้ามาทำหน้าที่แทนได้ n







