
จับตาไอทีไตรมาสแรก องค์กรลงทุนเทคโนโลยี
รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตลาดสินค้าไอทีและอุปกรณ์ต่างๆ จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ขณะที่ภาครัฐและเอกชนต้องทรานส์ฟอร์มองค์กร ทำให้ต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นจับกระแสตลาดไอทีและเทคโนโลยีไตรมาสแรก
รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตลาดสินค้าไอทีและอุปกรณ์ต่างๆ จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ขณะที่ภาครัฐและเอกชนต้องทรานส์ฟอร์มองค์กร ทำให้ต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นจับกระแสตลาดไอทีและเทคโนโลยีไตรมาสแรก
สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น (COM7) ผู้ประกอบ การค้าปลีกสินค้าไอทีรายใหญ่ เปิดเผยว่า ภาพรวมร้านค้าปลีกสินค้าไอทีในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ประเมินว่ามีอัตราการ เติบโต 10% ถือว่าอยู่ในภาวะที่ดีใกล้เคียง กับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอัตราการเติบโต 10% เนื่องจากกลุ่มผู้ประกอบการเปิดตัวสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และคนต้องการเปลี่ยนสินค้ารุ่นใหม่ๆ เพื่อ ใช้ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ สินค้ากลุ่มไอทีเติบโตใกล้เคียงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโทรศัพท์มือถือ พบว่าพฤติกรรมการซื้อของคนไทยเริ่มยกระดับเพิ่มขึ้นจากราคาเริ่มต้น 7,000 บาท มาเป็นระดับราคา 7,700-8,000 บาท และสมาร์ทโฟน ทั้งไอโฟน ซัมซุง หัวเว่ย มีราคา เฉลี่ยต่อเครื่องที่สูง เพื่อรองรับความต้องการ ของตลาด นอกจากนี้ กลุ่มการ์ดจอ แม้ว่ามูลค่าของบิตคอยน์จะผันผวน แต่อัตราการซื้อการ์ดจอไม่ตกลง ส่วนหนึ่งมาจากกระแสอี-สปอร์ตที่มาแรงต่อเนื่อง
ขณะที่ตลาดโน้ตบุ๊กเติบโตมาจาก มีรุ่นสำหรับการเล่นเกมเปิดตัวมากขึ้น อย่างไรก็ดีประเมินว่าตลาดค้าปลีกในช่วงไตรมาส 2 การเติบโตจะชะลอตัวลง หรือเติบโตเพียง 5% เนื่องจากเป็นสงกรานต์ กำลังซื้อส่วนใหญ่จะจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว รวมทั้งยังเป็นช่วง ปิดเทอม ซึ่งถือว่าเป็นโลว์ซีซั่นของตลาดค้า ปลีกไอที และในช่วงไตรมาส 3 ตลาดจะกลับมาคึกคัก จากการที่อุปกรณ์ไอที ค่ายโทรศัพท์มือถือต่างๆ เปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่
สำหรับบริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์ในปี 2561 ด้วยการขยายสาขาบานาน่า สตูดิโอ 7 เป็นต้น จากปี 2560 มีสาขาทั้งหมด 434 สาขา ให้ครบ 600 สาขา แบ่งเป็นการบริหารของคอมเซเว่น 500 กว่าสาขา และธุรกิจแฟรนไชส์คาดว่าจะมีผู้สนใจกว่า 100 ราย รายได้ปี 2561 ตั้งเป้าโตอย่างน้อย 15% จากในปีที่ผ่านมารายได้กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท
ดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เจมาร์ท โมบาย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดโทรศัพท์มือถือยังคงเติบโต มีมูลค่าเพิ่มจาก 1.1 แสนล้านบาท เพิ่ม เป็น 1.2 แสนล้านบาท ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถจำหน่ายมือถือได้ 1.2 ล้านเครื่อง สำหรับปีนี้ลงทุน 130 ล้านบาท ขยายสาขาเพิ่ม 75 สาขา จากเดิมมี 225 สาขา อย่างไรก็ดี บริษัทวางแผนนำสินค้าไอโอที อุปกรณ์เออาร์กับวีอาร์ และสมาร์ทโฮม มาจำหน่ายภายในร้าน เพื่อรองรับกับความ ต้องการในอนาคตของกลุ่มลูกค้า
จาริตร์ สิทธุ หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการ ไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า แนวโน้ม การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีในช่วงไตรมาส แรกอยู่ในภาวะเติบโตเพียงเล็กน้อย เมื่อ เทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นช่วงที่ภาครัฐและเอกชนกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการตามแผนการลงทุน อย่างไรก็ดี เชื่อว่าไตรมาส 2 การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีจะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหลังสงกรานต์ไปแล้ว
แม้ว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนไม่โดดเด่น มากนัก แต่มือถือกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ จึงทำให้ตลาดยังเติบโตได้ ส่วนการลงทุนเทคโนโลยีภาครัฐและเอกชนจะช้าหรือเร็ว จุดหมายปลายทางคือการทรานส์ฟอร์มประเทศให้ได้ภายใน 3 ปี ดังนั้นจึงมี การลงทุนอย่างต่อเนื่อง







