
ลุ้นเกณฑ์คุม ICO
ดัชนีหุ้นไทยปิดท้ายสัปดาห์ ไหลลงปิดที่ 1,811.98 จุด ลดลง 18.15 จุด มูลค่าซื้อขาย 70,322.88 ล้านบาท
โดย..นายกระทิงและหญิงฟลอร์
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ 1 ทศวรรษที่ยั่งยืน ฉบับวันจันทร์ที่ 5 มี.ค. 2561
ดัชนีหุ้นไทยปิดท้ายสัปดาห์ ไหลลงปิดที่ 1,811.98 จุด ลดลง 18.15 จุด มูลค่าซื้อขาย 70,322.88 ล้านบาท
ต่างชาติขาย 3,582.58 ล้านบาท สถาบันขาย 3,197.57 ล้านบาท พอร์ต บล.ซื้อ 827.58 ล้านบาท และรายย่อยซื้อ 5,952.56 ล้านบาท
แรงขายต่างชาตินับตั้งแต่ต้นปีถึง 2 มี.ค. 2561 ขายสุทธิแล้ว 50,663.83 ล้านบาท
ยังคงต้องจับตาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการกีดกันทางการค้าที่ล่าสุดสหรัฐประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก รวมถึงการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในเดือน มี.ค.นี้ ที่คาดกันแล้วว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ผลของการกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น การขึ้นภาษีเหล็ก จะส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มเหล็กเพราะจะทำให้เหล็กที่เจอกำแพงภาษีจากสหรัฐก็จะถูกนำมาขายในภูมิภาคด้วยกันเอง ทำให้ปริมาณเหล็กมีเต็มตลาด ผลคือราคาเหล็กจะถูกลง จะกดดันกำไรหุ้นเหล็ก กลับกันหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่จะต้องใช้เหล็กก็จะได้รับอานิสงส์ ได้เหล็กราคาถูกไปใช้
บล.กสิกรไทย มองว่า สัปดาห์นี้ (5-9 มี.ค.) ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,800 และ 1,785 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,825 และ 1,840 จุด ต้องติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรปด้วย
ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย 8 มี.ค.นี้ จะรู้แล้วว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะคลอดเกณฑ์ในการกำกับดูแลการออกและเสนอขายไอซีโอที่เป็นหลักทรัพย์หรือไม่อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ ทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เดินสายให้ข้อมูลในทุกเวทีสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับไอซีโอ คริปโต
ย้ำอีกครั้ง ก.ล.ต.ยุคนี้ถือว่าทำงานเร็ว แต่ด้วยว่าจะต้องมีหลายหน่วยงาน มีกฎหมายหลายฉบับของแต่ละหน่วยงานมาเกี่ยวข้อง สุดท้ายจะใช้กฎหมายใดคุมเงินดิจิทัล ต้องตามกันดู







