posttoday
สนามบินอู่ตะเภา เมืองการบินแห่งเอเชีย

สนามบินอู่ตะเภา เมืองการบินแห่งเอเชีย

04 มีนาคม 2561

โดย ปริญญา ชูเลขาหนึ่งในอภิมหาโปรเจกต์ของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ตามแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ นั่นคือ โครงการ “เมืองการบิน” หรือ Aviation Hub แห่งใหม่ของภูมิภาค ใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท บนพื้นที่ 6,500 ไร่ ณ บริเวณสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จ.ระยองรัฐบาลตั้งเป้าเชื่อม 3 สนามบินเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ ฉะนั้นในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือราวปี 2566 สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาจะกลายเป็นมหานครแห่งการบินของภูมิภาคเอเชีย และด้วยเหตุนี้จึงเป็นแม่เหล็กจูงใจนักลงทุนจากทั่วโลกมุ่งหน้าสู่อีอีซีแม่งานผลักดันรับผิดชอบโครงการเมืองการบิน พล.ร.ต.ลือชัย ศรีเอี่ยมกูล ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ฉายภาพว่า อู่ตะเภาที่กำลังเปลี่ยนโฉมจากสนามบินเล็กๆ รองรับผู้โดยสารเพียงปีละ 3 ล้านคน จะให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ทั้งการโดยสาร ขนถ่ายสินค้า นำเข้าและส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายเป้าหมายหลักอู่ตะเภาจะเป็นสนามบินนานาชาติที่สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารให้ได้ปีละ 30 ล้านคน ภายในปี 2566 “ในอดีตอู่ตะเภาเป็นเพียงสนามบินสำรองในสถานกา

โดย ปริญญา ชูเลขา

หนึ่งในอภิมหาโปรเจกต์ของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ตามแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ นั่นคือ โครงการ “เมืองการบิน” หรือ Aviation Hub แห่งใหม่ของภูมิภาค ใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท บนพื้นที่ 6,500 ไร่ ณ บริเวณสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จ.ระยอง

รัฐบาลตั้งเป้าเชื่อม 3 สนามบินเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ ฉะนั้นในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือราวปี 2566 สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาจะกลายเป็นมหานครแห่งการบินของภูมิภาคเอเชีย และด้วยเหตุนี้จึงเป็นแม่เหล็กจูงใจนักลงทุนจากทั่วโลกมุ่งหน้าสู่อีอีซี

แม่งานผลักดันรับผิดชอบโครงการเมืองการบิน พล.ร.ต.ลือชัย ศรีเอี่ยมกูล ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ฉายภาพว่า อู่ตะเภาที่กำลังเปลี่ยนโฉมจากสนามบินเล็กๆ รองรับผู้โดยสารเพียงปีละ 3 ล้านคน จะให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ทั้งการโดยสาร ขนถ่ายสินค้า นำเข้าและส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

เป้าหมายหลักอู่ตะเภาจะเป็นสนามบินนานาชาติที่สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารให้ได้ปีละ 30 ล้านคน ภายในปี 2566

“ในอดีตอู่ตะเภาเป็นเพียงสนามบินสำรองในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ จึงใช้สนามบินแก้ปัญหาบ้านเมืองไป 2 สัปดาห์ ดังนั้นจึงเป็นที่มาในการพัฒนาอู่ตะเภาให้สูงขึ้นด้วยการขยายศักยภาพสนามบินเชิงพาณิชย์รองรับผู้โดยสารที่ปัจจุบันแออัดและไม่สะดวก

“ปัจจุบันอู่ตะเภามีอาคารผู้โดยสาร 2 หลัง หลังที่ 1 รองรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศได้ 7 แสนคน/ปี และอาคารหลังที่ 2 ที่กำลังดำเนินการภายในปี 2561 จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ 3 ล้านคน/ปี”

ล่าสุดทางกองทัพเรือได้จัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ประกอบด้วย 5 กิจกรรมใหญ่ ดังนี้ 1.โครงการก่อสร้างทางวิ่งเครื่องบิน (รันเวย์) ที่สอง 2.โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร (เทอร์มินัล) หลังที่ 3 เพื่อรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคน/ปี 3.ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance, Repair and Overhaul : MRO) ระยะที่ 1 ซึ่งภาครัฐจะมีการร่วมทุน และ 4.ศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศ (แอร์ คาร์โก้) ระยะที่ 1 ร่วมกับบริษัท การบินไทย และลานจอดเฉพาะเครื่องบินสินค้า

รวมถึงศูนย์ฝึกบุคลากรด้านการบิน ระยะที่ 1 พื้นที่ 570 ไร่ ที่ร่วมมือกันระหว่างการบินไทยกับบริษัท แอร์บัส โดยใช้พื้นที่ของโครงการเหล่านี้ทั้งหมด 6,500 ไร่ ลงทุนกว่าแสนล้านบาท และในอนาคตจะบริหารพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวเป็นโครงการอื่นๆ อีก เช่น ศูนย์ธุรกิจการค้า กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอากาศยาน (Free Trade Zone) ศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมทางการทหาร ศูนย์กลางทางการแพทย์ (เมดิคอลฮับ) โรงแรม ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า ฯลฯ

“ในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการได้ลงนามไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2560 น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี คือสิ้นปีนี้แผนงานสมบูรณ์จะแล้วเสร็จ แต่ขณะเดียวกันเมื่อได้ร่างคร่าวๆ ในระหว่างนี้ก็จะไปจ้างออกแบบพิมพ์เขียวของแต่ละโครงการ และศึกษานิติกรรมการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนว่าควรเป็นอย่างไร เพราะต้องใช้เงินก้อนโตเป็นแสนล้าน ซึ่งก็จะได้คำตอบพอดีกับที่พิมพ์เขียวเสร็จ แล้วจะมีการคัดเลือกผู้ร่วมทุนประมาณปลายปี โดยการลงทุนจะเกิดขึ้นปีหน้า และการก่อสร้างจะให้ไปเสร็จพร้อมๆ กันประมาณปี 2565-2566 ตามที่รัฐบาลได้วางเป้าหมายไว้” พล.ร.ต.ลือชัย ระบุ

การว่าจ้างที่ปรึกษาคือ บริษัท เคพีเอ็มจี จากสหรัฐเป็นผู้ศึกษาสำรวจและออกแบบกิจกรรมดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การสรรหาผู้ร่วมทุน โดยใช้เวลา 1 ปี ในการออกแบบ มีกองทัพเรือติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยให้บริษัทที่ปรึกษาส่งงวดงานเป็นระยะๆ ทั้งหมด 7 งวด ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บท (มาสเตอร์แพลน) ของสนามบินอู่ตะเภา

จากนั้นจะจ้างบริษัทเอกชนอีก 3 บริษัท จัดทำรายละเอียดพิมพ์เขียวให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2561 เพื่อทราบถึงรายละเอียดและนำไปสู่การคัดสรรผู้ร่วมทุนภายในสิ้นปีนี้ และการดำเนินการก่อสร้างจะให้ไปเสร็จพร้อมกันกับโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมกรุงเทพฯ-ระยอง (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) ประมาณปี 2565-2566

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ดอีอีซี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ร่วมทุนโครงการอีอีซี ดังนี้ 1.โครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภามีผู้บัญชาการกองทัพเรือ ประธาน 2.ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม การบินไทย กองทัพเรือ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงบประมาณ ประธานร่วมกับการบินไทย กระทรวงกลาโหม และสำนักงานอัยการสูงสุด 3.การขยายท่าเรือแหลมฉบัง มีผู้ว่าการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ประธาน และ 4.โครงการก่อสร้างท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 มีผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธาน

ต้องติดตามความคืบหน้าในแต่ละโครงการนับจากนี้ ว่าจะรุดหน้าเป็นเมืองการบินแห่งเอเชียตามเป้าที่วางไว้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท