
มหาวิทยาลัยต้องเร่งปรับตัว คนรุ่นใหม่เรียนผ่านกูเกิล
งาน “มหกรรมอุดมศึกษา-พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0” หรือ“ยูนิเวอร์ซิตี้ เอ็กซ์โป”จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)
โดย ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
งาน “มหกรรมอุดมศึกษา-พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0” หรือ“ยูนิเวอร์ซิตี้ เอ็กซ์โป”จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จุดประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพมหาวิทยาลัยไทยทุกสังกัดทั่วประเทศผ่านกิจกรรมและนิทรรศการผลงานวิชาการเนื่องใน
โอกาสฉลองครบรอบ 45 ปี ทปอ.ระหว่างวันที่ 2-4 มี.ค. ที่รอยัล พารากอนฮอลล์ได้รับความสนใจจากคณาจารย์และนักศึกษาอย่างคึกคัก
นพ.อุดม คชินธร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของวงการการศึกษาในยุคของคนรุ่นแซดนั้น ทางมหาวิทยาลัยต้องหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ ไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ได้ เช่น ในสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยหลายแห่งต้องปิดตัวไปเพราะไม่ยอมปรับตัวต่อความสนใจของคนยุคใหม่ การศึกษาที่กว้างไม่จำเป็นต้องจำกัดเฉพาะศาสตร์ด้านใดด้านหนึ่ง แต่ต้องมีครูที่ดีที่ช่วยแนะนำ ซึ่งอาจช่วยเหลือนักเรียนจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ รวมถึงฝึกวิธีคิด วิธีถามเอาความรู้เป็นฐานสร้างสิ่งใหม่สิ่งที่มหาวิทยาลัยควรเน้นทัศนคติต่อการศึกษามากกว่าสาระ และต้องไม่ตีกรอบ ให้ลองผิดลองถูก
“ในอนาคตต่อจากนี้ คนจะทำงานก่อนแล้วเรียนทีหลัง วุฒิการศึกษาอย่างเดียวไม่พอ แต่ประวัติผลงานและประสบการณ์ทำงานจริงเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนวุฒิการศึกษาในระบบจะหมดราคา เพราะเอกชนสร้างหลักสูตรเอง ออกวุฒิกันเอง เช่น หลักสูตรของกูเกิล ไม่ต้องมีพื้นฐานใดๆ ก็เรียนได้ ไม่ต้องเรียน 20 ปี เพื่อไปทำงานที่ไม่ชอบ ไม่ต้องเรียนในสิ่งที่ไม่ได้สนใจและไม่ถนัด” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
นพ.อุดม กล่าวว่า การจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้นั้น มหาวิทยาลัยต้องเป็น 4.0 ก่อน คือการสร้างคนให้เก่ง สร้างความเป็นเลิศ แม้ไม่ต้องเก่งทุกด้าน แต่ต้องรู้ว่าคุณเก่งอะไร เช่น มหาวิทยาลัยต้องมีงานวิจัยที่ดี เอามาขายแล้วรัฐบาลจะให้เงินสนับสนุน จากนั้นเพิ่มเครือข่ายเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพ ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า สถาบันการศึกษาถือเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า และการจัดงานครั้งนี้ถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อนโยบายความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชน จะเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเริ่มตั้งแต่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้ความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนอาชีวะ นักเทคนิค วิศวะ ไปจนถึงผู้บริหาร
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า สถาบันอุดมศึกษาจึงมีภารกิจ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ผลิตทรัพยากรมนุษย์สำหรับป้อนเข้าสู่ระบบนวัตกรรมของประเทศ โดยเฉพาะบัณฑิตเพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรม 2.ผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพภาคการผลิต ด้วยการปรับกลไกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้ประกอบการ ต่อยอดองค์ความรู้ 3.มีส่วนร่วมในกลไกถ่ายโอนเทคโนโลยีจากห้องเรียนสู่ประเทศ และ 4.มีส่วนร่วมบ่มเพาะผู้ประกอบการเพิ่มผลผลิตของธุรกิจขนาดกลางนำไปสู่รายได้ และส่งออกมากขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลไม่สามารถพัฒนาประเทศอยู่ฝ่ายเดียวได้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเริ่มจากการวางนโยบาย แนวทางขับเคลื่อน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสินค้า พัฒนาชุมชน และต้องทำให้คนที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยขับเคลื่อนประเทศ เช่นเดียวกับธุรกิจเอสเอ็มอี
ในประเทศไทยมีมากแต่กลับไม่สามารถเติบโตให้ยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้ ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้ามาช่วยปลดล็อกเพื่อให้เกิดการแก้ไขร่วมกันกับเอกชน
ศ.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่านโยบายก้าวต่อไปของที่ประชุม ทปอ.มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาระบบอุดมศึกษาและบัณฑิตไทย แบ่งออกเป็น 4 ด้านได้แก่ 1. ขยายเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทุกกลุ่มตามนโยบาย ทปอ. พลัสพลัสเพื่อรวมพลังกันขับเคลื่อนพันธกิจที่ตอบสนองประเทศไทย 4.0 และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการอุดมศึกษานานาชาติ 2.รวมพลังพัฒนาคุณภาพสถาบันอุดมศึกษาให้มีศักยภาพในระดับนานาชาติ
3.สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับภาคการค้า ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ ในการร่วมผลิตบัณฑิตให้มีความรู้และทักษะที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ และ 4.สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในด้านการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
ศ.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ทปอ.ในฐานะหน่วยงานกลางที่รวบรวมเครือข่ายมหาวิทยาลัย 34 แห่งได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือภายใต้นโยบายทปอ. พลัสพลัส ครอบคลุมมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชน 79 แห่ง รวมเป็น 160 แห่ง ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว โดยทลายกำแพงการแบ่งแยกสังกัดเป็นทีมไทยแลนด์ ในภารกิจขับเคลื่อนประเทศไทยสู่“ไทยแลนด์ 4.0” อย่างเป็นรูปธรรม







