
86หุ้นนิวไฮตั้งแต่เข้าตลาด
ดัชนีวิ่งแกร่งพื้นฐานบจ.หนุน บริษัทโหมเพิ่มทุนขยายลงทุน
โพสต์ทูเดย์
— ตลท. เผยหุ้น 86 บริษัทราคาขึ้นสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาดอสังหาฯอาหารแชมป์ ดัชนีหุ้นขึ้นแข็งแกร่ง คาดเห็น บจ.แห่เพิ่มทุนขยายธุรกิจนายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ณ วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์พบว่ามีหุ้นทั้งหมด 86 บริษัทที่ราคาปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ทั้งหมด 1.9 ล้านล้านบาท จากมาร์เก็ตแคปทั้งตลาดปัจจุบันที่ 7.7 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นบริษัทใน mai จำนวน 23 บริษัท หรือคิดเป็น 43% ของมาร์เก็ตแคป mai โดยรวมที่ 4.8 หมื่นล้านบาท และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 63 บริษัท แบ่งเป็นใน SET 50 ทั้งหมด 14 ตัว ใน SET 51100 ทั้งหมด 9 ตัว และ NonSET 100 ทั้งหมด 40 ตัว
หุ้นที่ราคาทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาด แบ่งเป็นหุ้นในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 7 บริษัท กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 7 บริษัท กลุ่มพาณิชย์ 6 แห่ง กลุ่มสื่อสาร 5 แห่ง และกลุ่มพลังงาน 5 แห่ง
นายชนิตร กล่าวว่า ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาใกล้ระดับ 1,000 จุด เป็นสิ่งที่ตลาดทุนรอมานานกว่า 12 ปี นับตั้งแต่ที่ดัชนีได้อยู่ในระดับต่ำสุดที่ 207 จุด เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2541 หรือขึ้นมามากกว่า 380%
จากสถิติตั้งแต่จัดตั้งตลาดหุ้นดัชนีขึ้นถึง 1,000 จุด อยู่ 2 ช่วงคือ ปี 2533 ที่ดัชนีสูงสุด 1,143.48 และช่วงปี 25362539 โดยดัชนีปิดสูงสุดปี 2536 ที่ 1,682.85 จุด และปี 2539 ที่ 1,415.04 จุด
อย่างไรก็ดี การที่ดัชนีปรับขึ้น 1,000 จุดครั้งนี้ เป็นเพราะนักลงทุนกลับมาซื้อมากขึ้น และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ดีขึ้น ที่สำคัญครั้งนี้เป็นการปรับฐานครั้งใหญ่และรอบใหม่ เนื่องจากหุ้นขึ้นจากหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ต่างจากที่ผ่านมาปรับขึ้นจากหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่เท่านั้น
“
หุ้นขึ้นมารอบนี้ถือว่าค่อนข้างแข็งแกร่งหรือโตแบบมีสุขภาพดี เพราะราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาทำจุดสูงสุดไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในเฉพาะหุ้นตัวใหญ่ แต่กระจายตัวไปทุกกลุ่ม โดยมีผลประกอบการของ บจ. และการจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรกที่ดีส่วนต่อไปดัชนีจะปรับตัวขึ้นอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลประกอบการไตรมาส 3 ด้วย เพราะจะบอกอนาคตว่าบริษัทจะเติบโตได้มากขนาดไหน”อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ไตรมาส 34 จนถึงปี 2554 คาดว่าจะเป็นช่วงที่ บจ. จะเริ่มขยายกิจการและขยายการลงทุนมากขึ้น หลังใช้เงินลงทุนจากที่เก็บสะสมไว้หมดจนสร้างผลประกอบการที่ดีออกมา ประกอบกับอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อาจเพิ่มขึ้นหลังใช้ช่องทางการระดมทุนผ่านหุ้นกู้มาแล้ว จากนี้คงใช้ บจ. ใช้วิธีการเพิ่มทุนมากขึ้น
นายชนิตร กล่าวว่า บริษัท การบินไทย (THAI) ได้เพิ่มทุน และในอนาคตจะมีหลายบริษัทระดมทุนเพื่อขยายกิจการ หลังจาก 3 ปีที่ผ่านมา บจ.ไม่ได้ลงทุน เพราะติดเรื่องกีฬาสี แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว หลังแยกออกว่าการเมืองคือการเมือง แต่ธุรกิจต้องเดินหน้าต่อไป







