
ครอบครัวเดียวกัน
"เราครอบครัวเดียวกัน" เป็นถ้อยคำที่อาจารย์ไสว สุนทโรวาท พูดกับศิษย์ธรณีวิทยาอยู่เสมอ
โดย ถาวร หลีกภัย
"เราครอบครัวเดียวกัน" เป็นถ้อยคำที่อาจารย์ไสว สุนทโรวาท พูดกับศิษย์ธรณีวิทยาอยู่เสมอ เมื่อมาอยู่พร้อมหน้ากัน เพราะว่างานของนักธรณีวิทยาเป็นงานที่เกี่ยวข้องกัน จึงต้องรักสามัคคีกันเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน
ผมถือว่าตัวผมโชคดีที่ได้มาเรียนธรณีวิทยารุ่น 5 ซึ่งในเวลานั้นมีฝรั่ง Drs.W.F.Beeser และ Dr.K.Abele เป็นอาจารย์หลักในการสอนอาจารย์ไทย ที่พอจะจำได้คือ อาจารย์ทิวา ศุภจรรยา อาจารย์สุภาพ ภู่ประเสริฐ และบางครั้งก็มีอาจารย์จากกรมทรัพยากรธรณีมาช่วยสอนด้วย เช่น อาจารย์ชุมเจษฎ์ จรัลชวนะเพท อาจารย์เจริญ เพียรเจริญ
การได้เรียนกับฝรั่งในเมืองไทยเมื่อ 55 ปีก่อน เป็นโอกาสหายาก แต่ถ้า มาพูดกันในวันนี้ เป็นเรื่องธรรมดามาก และการได้เรียนกับฝรั่งก็ได้ช่วยผมเป็นอย่างมากในชีวิตจริงของการทำงาน เพราะว่าผมต้องทำงานกับฝรั่งในหลายครั้งหลายโอกาส
ผู้ริเริ่มในการตั้งภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือ ศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ที่ล่วงลับไปแล้ว และจากประวัติความเป็นมาของภาควิชาที่เขียนบันทึกโดยอาจารย์ไสว สุทโรวาท ก็ได้ทราบว่า อาจารย์ไสวเป็นอาจารย์คนแรกของภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ในขณะนั้นมีแต่อาจารย์ผู้เดียวที่จะสอบธรณีวิทยาได้ อาจารย์ก็กล้าที่จะรับสอนนิสิตธรณีวิทยารุ่น 1 (2500-2501 ธรณีฯ รุ่น 1) และ Prot.Klompe ได้เข้ามาทำงานจริงๆ ในปีการศึกษา 2502 (ธรณีวิทยารุ่น 2)
นอกจากงานสอนหนังสือแล้ว อาจารย์ไสวก็มีผลงานวิจัยที่โดดเด่น
1.การประยุกต์ทฤษฎี กำเนิดน้ำมันฝาง ในการสำรวจหาน้ำมันในแอ่งเทอร์เชียร์ของประเทศไทย
โดยทฤษฎีนี้จึงได้พบแหล่งน้ำมันจำนวนมหาศาลในตอนกลางของประเทศไทย โดยเฉพาะที่ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร
2.การสำรวจหาแหล่งโปแตชในแอ่งที่ราบสูงโคราชของประเทศไทยด้วยวิธีการของธรณีฟิสิกส์
อาจารย์ไสว ได้ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2559 ผมได้เขียนถึงอาจารย์ในหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ ผมขอนำลงประกอบเรื่องนี้ด้วย
ครอบครัวเดียวกัน...
รองศาสตราจารย์ไสว สุนทโรวาท มีประวัติการเรียนที่ดีสอบได้ที่ 1 ของประเทศในชั้น ม.8 อาจารย์จบปริญญาจาก Colorado School of Mines สหรัฐอเมริกา ด้าน Geological Engineering และ M.S.in Geology จาก University of Colorado อาจารย์ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่น แห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ พ.ศ. 2528 และได้รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2555 อาจารย์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ นักธรณีฯ รุ่นแรกก็เป็นลูกศิษย์ ดังนั้น อาจารย์ จึงมีลูกศิษย์มากมาย ในโอกาสครบรอบวันเกิด 89 ปี ของอาจารย์ไสว นักธรณีฯ ได้มาพบกันที่ภัตตาคาร "ฮั่งเซ่งเฮง" ปากซอยสุขุมวิท 101 เมื่อวันพุธที่ 3 ส.ค. 2559 คุณเบญจวรรณ จารุกลัส ผู้ประสานงานได้ส่งข่าวให้ผมทราบและไม่เฉพาะครั้งนี้เท่านั้น ทุกครั้งที่มีงานเกี่ยวข้องกับอาจารย์ไสวเธอจะแจ้งให้ผมทราบอยู่เสมอและผมก็จะไปร่วมงานทุกครั้ง บางทีผมจะเป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสที่สุดที่มาในงาน ผมมีความรู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้านเก่าอาจจะด้วยเหตุผลที่ว่า ชีวิตจริงในการทำงานของผม ผมจะพบนักธรณีวิทยาน้อยมาก ดังนั้น ถ้าผมมางานอาจารย์ไสว ผมจะพบคนที่มีอาชีพเดียวกับผมมากมาย สังคมนี้เราพูดภาษาเดียวกันยังมีความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันอยู่ ตอกย้ำด้วยคำสอนของอาจารย์ไสวที่พูดเสมอว่า "เราครอบครัวเดียวกัน" ถึงแม้ผมจะไม่เคยเรียนกับอาจารย์ในห้องเรียนแต่ก็เคยได้ความรู้จากอาจารย์ในภาคสนามอยู่หลายครั้ง ผมกับอาจารย์จึงคุ้นเคยกันอย่างดี การพูดคุยระหว่างอาจารย์กับผมไม่ได้จำกัดเฉพาะหินกับแร่แต่จะคุยกับทุกเรื่อง อาจารย์ได้ถามผมเรื่องทำเรือใหม่ใน อ.กันตังที่นาเกลือ จ.ตรัง บังเอิญผมเคยไปที่ท่าเรือนี้มาแล้วจึงพอมีข้อมูล เมื่อครั้งอาจารย์ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ อาจารย์มักจะถามเรื่องราคาที่ดินบริเวณปากซอยโชคชัย 4 ที่อาจารย์เป็นเจ้าของอยู่หนึ่งแปลง ในเวลานั้น ผมยังอาศัยอยู่ในซอยโชคชัย 4 จึงพอจะทราบราคาซื้อขายกัน ย้อนอดีต ประมาณ 40 ปีก่อน ผมเคยได้มีโอกาสต้อนรับอาจารย์ และนิสิตภาควิชาธรณีวิทยามาชมเมืองใต้ดินที่เขาใบลาน จ.เพชรบุรี ทำให้ผมได้รู้จักรุ่นน้องอีกหลายคน และถ้าย้อนเวลาไกลกว่านั้นอีกถ้าจำไม่ผิด พ.ศ. 2509 ผมได้พบอาจารย์ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อครั้งอาจารย์พานิสิตออกภาคสนามที่นั่น และผมได้ตามอาจารย์ไปตรวจงานนิสิตในครั้งนั้นอยู่หลายวัน ดังนั้น อาจารย์กับผมได้รู้จักกันเป็นอย่างดีกว่า 50 ปีแล้ว
ผมจึงเป็นขาประจำไม่เคยขาดที่จะไปงานวันเกิดอาจารย์ไสวยิ่งอาจารย์แก่ตัวลงก็แก่ตาม แต่ผมก็ยิ่งพยายามจะมาร่วมงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 30 เม.ย. 2559 ที่ภัตตาคารเล่งหงส์ หลังการรับประทานอาหารกันแล้ว นักธรณีกว่า 20 คน รวมทั้งผมด้วยก็ปรึกษากันว่าเราจะหาทางช่วยอาจารย์ ถ้าอาจารย์มีรายรับไม่พอกับรายจ่าย ปีนี้อาจารย์มีสภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเดิมแต่ความจำยังดีอยู่ เมื่อลูกศิษย์มารายงานตัว อาจารย์ก็พยักหน้ารับรู้ว่าจำได้ เนื่องจากอาจารย์ไม่มีครอบครัวไม่มีลูก อาจารย์จึงเอาใจใส่ห่วงใยลูกศิษย์เสมือนลูก นักธรณีฯ ที่เป็นลูกศิษย์จะเรียกอาจารย์ "ป๋า" สำหรับผมแล้ว ผมถือว่าอาจารย์เป็นศูนย์รวมใจของนักธรณีวิทยาตั้งแต่รุ่น 1 ถึงรุ่นปัจจุบันทีเดียว n
ด้วยรักและอาลัยยิ่ง
ถาวร หลีกภัย
29 ส.ค. 2559
(ถาวร หลีกภัย นักธรณีวิทยา จุฬาฯ รุ่น 05)







