
สังคมติดกับดัก ในอกุศลกรรมบถ 10
วันนี้สังคมไทยเป็นอย่างไร ศีลธรรมครรลองยังอยู่คู่ใจมนุษย์เหมือนเช่นอดีตหรือไม่
โดย เอกชัย จั่นทอง
วันนี้สังคมไทยเป็นอย่างไร ศีลธรรมครรลองยังอยู่คู่ใจมนุษย์เหมือนเช่นอดีตหรือไม่ เพราะจากเหตุการณ์สารพัดข่าวสารในสังคมชวนย้อนมองว่า วันนี้บ้านเมืองเราขาดสามัญสำนึกในการกระทำบางสิ่งบางอย่างทั้งต่อหน้าและลับหลัง หรือแม้แต่การโอภาปราศรัยในที่สาธารณะพูดปดหลอกลวงไปวันๆ เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากความผิด
ไม่รู้จะบ่นเขียนเรื่องนี้ทำไมจะกล่าวจะเตือนไปก็คงจะดูไม่เหมาะสม เลยคิดว่าขอนำหลักสอนทางพระพุทธศาสนามานำทางสว่าง ขัดเกลาจิตใจให้ใสสะอาดขึ้นเสียดีกว่า ใครหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระงมงาย แต่หลักธรรมคือแนวทางปฏิบัตินำไปสู่ทางออก ไม่ว่าปัญหานั้นจะหนักยากขนาดใดก็ตาม ครานี้ขอยกเรื่องราวเกี่ยวกับการทุจริตจะด้วยใจ กาย วาจา ก็ดี มาตอกย้ำร่องรอยความผิดที่ควรฉุกคิดทุกครั้ง โดยยกอกุศลกรรมบถ 10 ประการ มาแชร์กัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 หมวดสำคัญ คือ
1.อกุศลกรรมบถ ทางกาย 3 ข้อ (กายกรรม) กายกรรม หมายถึง การกระทำที่แสดงออกด้วยกาย โดยอกุศลกรรมบถทางกายกรรม เรียกว่า กายทุจริต 3 ประการ คือ 1.ปาณาติบาต หมายถึง การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต คือ การกระทำโดยเจตนาที่ทำให้สัตว์ที่มีชีวิต มีลมหายใจ และมีจิตวิญญาณถูกทำลายหรือตายไป เช่น การทุบตีงูให้ตายเพียงเพราะเห็นงูเข้าบ้าน 2.อทินนาทาน หมายถึง การลักทรัพย์ คือ การเอาสิ่งของของผู้อื่นมาด้วยอาการอันเป็นโจรที่ผู้อื่นไม่ยินยอมให้ เช่น เข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้านที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน และ 3.กาเมสุมิจฉาจาร หมายถึง การประพฤติผิดทางกาม คือ การประพฤติผิดในการมีเพศสัมพันธ์กับชายต้องห้าม และหญิงต้องห้ามทั้งหลาย เช่น มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาคนอื่น
2.อกุศลกรรมบถ ทางวาจา 4 ข้อ (วจีกรรม) วจีกรรม หมายถึง การกระทำทางวาจาหรือกิริยา ไม่ว่าจะเป็นการพูดออกมา การเขียนบอก และการแสดงกิริยา อันหวังสื่อสารให้ผู้อื่นรับหรือเข้าใจตาม โดยอกุศลกรรมบถทางวจีกรรม เรียกว่า วจีทุจริต 3 ประการ คือ 1.มุสาวาท หมายถึง การพูดปด คือ การพูดหรือการแสดงกิริยาท่าทางอันทำให้ผู้อื่นหลงผิดหรือสำคัญผิดด้วยการมีเจตนา เช่น เพื่อนขอยืมเงิน แต่กลับตอบว่าไม่มี เพียงเพราะไม่อยากให้ยืม ทั้งๆ ที่ตนเองมีเงินมากมาย
2.ปิสุณวาจา หมายถึง การพูดส่อเสียด ให้ร้าย คือ การพูดเพียงเพื่อทำให้ผู้อื่นเกิดความขุ่นข้องหมองใจหรือให้เกิดความเข้าใจผิดหรือแตกแยกความสามัคคี เช่น กล่าวหาเพื่อนว่าลักทรัพย์ตนเองทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความจริง 3.ผรุสวาจา หมายถึง การพูดคำหยาบ คือ การพูดคำที่ไม่สุภาพเพียงเพราะความโกรธอันทำให้ผู้อื่นเจ็บช้ำใจ เช่น ด่าว่าด้วยคำหยาบ 4.สัมผัสปลาปะ หมายถึง การพูดเพ้อเจ้อ คือ การพูดด้วยการหาสาระไม่ได้ เชื่อถือไม่ได้ ไม่มีเหตุ และไม่มีผล เช่น พูดบอกคนอื่นว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันสิ้นโลก
3.อกุศลกรรมบถ ทางใจ 3 ข้อ (มโนกรรม) มโนกรรม หมายถึง การกระทำทางใจอันเกิดจากความคิด ความเชื่อที่มีอยู่ในตน โดยอกุศลกรรมบถทางมโนกรรม เรียกว่า มโนทุจริต 3 ประการ คือ 1.อภิชฌา หมายถึง ความโลภ คือ การยากได้ทรัพย์ของคนอื่นด้วยการคิดกระทำในทางมิชอบ เช่น คิดลักทรัพย์ผู้อื่นเมื่อเขาไม่อยู่บ้าน 2.พยาบาท หมายถึง ความพยาบาท คือ การคิดที่จะกระทำให้ผู้อื่นมีความทุกข์ทางกาย และทางใจ เช่น คิดแก้แค้นคนที่เคยทำร้ายตนเอง 3.มิจฉาทิฏฐิ หมายถึง ความเห็นผิด คือ ความคิดเห็น ความเชื่อ อันผิดจากหลักธรรมอันดีงาม เช่น เห็นว่าการฆ่าคนจะช่วยล้างบาปได้
ทั้งหมดน่าจะไปกระตุกต่อมสามัญสำนึกพวกนักโกหกมดเท็จ รู้จักยับยั้งชั่งใจ ผนวกกับสถานการณ์ทุกวันนี้ที่ทุกคนยอมเลือกทุจริตเลือกทำผิด ดังเช่น อกุศลกรรมบถทั้ง 10 ประการนี้
หมายเหตุ - ข้อมูลในบทความอ้างอิงจาก http://thaihealthlife.com







