posttoday
สังคมหลงประเด็น

สังคมหลงประเด็น

04 มีนาคม 2561

นาฬิกาเพื่อน - เสือดำ - หวย 30 ล้าน

โดย ทวี สุรฤทธิกุล

นาฬิกาเพื่อน - เสือดำ - หวย 30 ล้าน

การเลื่อนไหลของข่าวสารอย่างรุนแรงและรวดเร็วเช่นนี้ แสดงถึง "ความวิปริตของสังคม" เกี่ยวกับภาวะทางจิตใจของผู้คนที่อยู่ในสังคม โดยแสดงให้เห็นว่าผู้คนในสังคมนั้นก็มีจิตใจที่ "วิปริต" อยู่พอสมควร

หลายคนอาจจะโทษสื่อ (ไม่เฉพาะแต่ สื่อมวลชน แต่รวมถึงสื่อสมัยใหม่ หรือโซเชียล มีเดียทั้งหลายนั้นด้วย) ว่า "ขายข่าว" หรือ "สร้างกระแส" แต่ถ้าผู้คนไม่สนใจในข่าวสารเหล่านั้นแล้ว ข่าวเหล่านี้ก็ "ขายไม่ได้" หรือ "จุดกระแสไม่ติด" ดังนั้นความวิปริตแปรปรวนของข่าวสารก็สะท้อนถึงความวิปริตแปรปรวนในจิตใจของผู้คนที่มุ่งหมายอยากจะรู้จะเห็นข่าวสาร ซึ่งข่าวสารในลักษณะที่ "เสพเพื่อความสุข" หรือ "ความพอใจ" เป็นสิ่งที่พระท่านเรียกว่า "กามารมณ์" คือการเสพเพื่อบำรุงกิเลสตัณหาให้ "พลุ่งพล่าน" คือสิ่งที่จะสร้างความสุขความพอใจทั้งหลาย เป็นต้นว่า การกิน การอยู่ การแต่งกาย การท่องเที่ยว การแสวงหาเกียรติยศชื่อเสียง ความร่ำรวย รวมถึงด้านร้ายๆ เช่น หวย ซ่อง การพนัน ยาเสพติด และการล่าสัตว์นั้นด้วย

ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ต้องประหลาดใจที่ผู้คน ในสังคม "หื่นกระหาย" ข่าวสารในเชิงกามารมณ์นี้มากเหลือเกิน ถ้าจะอธิบายด้วยเหตุผล เชิงจิตวิทยาที่เป็นภาวะอารมณ์ของแต่ละบุคคล ก็สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากแรงกระตุ้น ทั้งภายในและภายนอกที่กระทำต่อตัวบุคคลคนนั้น แรงกระตุ้นภายในก็เช่น ความอยาก ความต้องการ แรงกระตุ้นภายนอกก็เช่น สภาพการณ์ทางสังคม และสภาวะแวดล้อมต่างๆ ดังที่ มีวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาท่านหนึ่งเคยทำวิจัย ไว้ (ขออภัยที่จำรายละเอียดชื่อของวิทยานิพนธ์ ชื่อผู้ทำ สถาบันการศึกษา และปีที่ทำไม่ได้ เนื่องจากผู้เขียนเคยอ่านมานานมากแล้ว) ถึง "เหตุการณ์บ้านเมือง" หรือ "สภาพแวดล้อมทางการเมืองการปกครอง" ที่มีผลต่อวรรณกรรมไทย เขาพบว่าในภาวะที่บ้านเมืองมีวิกฤต เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ หรืออยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการ ผู้คนจะหันเหไปหาวรรณกรรมในแนว "ประโลมโลก" หรือกามารมณ์นี้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็น การผ่อนคลายหรือต้านกระแสทางสังคมที่ บีบคั้นดังกล่าว ดังที่เราจะเห็นนวนิยายใน แนวนี้เกิดขึ้นอย่างมากมายในสมัยหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยด้านนิเทศศาสตร์ที่ค้นพบว่า ถ้าสังคมนั้นอยู่ในสภาพ "เอื่อยเฉื่อย" คือผู้คนไม่รู้จะทำอะไร หรือมองไม่เห็นอนาคตอะไร ผู้คนจะต้องการเสพสื่อที่จะเข้ามา "เติมเต็ม" ในความรู้สึกที่ขาดไปดังกล่าว นั่นก็คือ "ความหวัง" หรือ "ความฝัน" ที่อยากจะหลุดพ้นจากโลกที่เป็นอยู่ไปสู่โลกใหม่ "ในฝัน" ที่พึงปรารถนา ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ได้ยกตัวอย่างถึงการที่คนไทยชอบการแสดงแบบ "หรูหราเกินปกติ" อย่างลิเก หรือการติดนวนิยายและละครวิทยุ (สมัยนี้น่าจะเป็นละครโทรทัศน์ทั้งหลายนี่แหละ) นี่ก็สะท้อนให้เห็นถึง "ภาวะทางจิตใจ" ของผู้คนในแต่ละยุคสมัยและในแต่ละสภาพสังคมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ย้อนกลับมาที่เรื่องการเสพข่าวสาร การเสพข่าวสารที่ทำให้ข่าวสารต่างๆ นั้นกลายเป็น "กระแสสังคม" นอกจากเหตุผลเรื่องความอยากและความต้องการส่วนตัวของแต่ละบุคคลแล้ว ยังเกี่ยวเนื่องด้วย "จิตวิทยากลุ่ม" คือภาวะจิตใจที่มารวมกันเป็นกลุ่มก้อนของแต่ละสังคมนั้นด้วยๆ ซึ่งก็มีทั้งที่รวมกันแบบชั่วคราว มีความสนใจประเดี๋ยวประด๋าว แล้วก็ "ดับวูบ" หมดความสนใจไป กับแบบที่ค่อนข้างติดแน่นคงทน ผู้คนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องจริงจัง ซึ่งก็จะสะท้อน "ความมั่นคงทางจิตใจ" ของผู้คนในแต่ละกลุ่มสังคมนั้นด้วย ดังเช่นที่มีผู้กล่าวว่า คนไทยลืมง่าย คนจีนแค้นหลายสิบปีก็ไม่หาย หรือฝรั่งแค้นฝังหุ่น เป็นต้น

พูดถึงกรณีของ "คนไทยลืมง่าย" บ้างก็มีเหตุผลอธิบายว่าเป็นอิทธิพลจากพุทธศาสนาที่คนไทยต้อง "ให้อภัย" หรือ "ปล่อยวาง" แต่ถ้าจะอธิบายด้วยเหตุผลด้านรัฐศาสตร์แล้ว ก็จะบอกว่าคนไทยนี้เกรงกลัวผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า เพราะฉะนั้นบางทีที่ข่าวของคนใหญ่คนโตหรือคนร่ำคนรวยกระทำไม่ดีไม่งาม ก็จะเห็นเป็นข่าวขึ้นมาแวบเดียว หรือผู้คนหมดความสนใจไปได้ง่ายๆ แต่บ้างก็ว่ามันมีข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจมากกว่าขึ้นมากลบข่าวนั้น อย่างเช่น ข่าวหวย 30 ล้าน กลบข่าวล่าเสือดำ และข่าวล่าเสือดำกลบข่าวบิ๊กทหารยืมนาฬิกาเพื่อน อย่างนี้เป็นต้น ดังนี้แล้วก็อาจจะไม่ใช่เป็นเพราะการให้อภัย ปล่อยวาง หรือเกรงกลัวผู้มีอำนาจ แต่น่าจะเป็นเพราะความ "โลเล" เอาแน่เอานอนในจิตใจไม่ได้ แบบที่เรียกว่าเป็นคน "ใจง่าย" นั้นอีกด้วย

แต่ถ้าใครสังเกตให้ดี เราก็ยังจะพบว่าคนไทยส่วนหนึ่งยัง "มักง่าย" ในการจับประเด็นหรือการมองเห็น "สาระสำคัญของข่าวสาร" อย่างกรณีบิ๊กทหารยืมนาฬิกาเพื่อนนั้นคือ "การเลี่ยงกฎหมาย" ที่ไม่แจ้งทรัพย์สินตามที่กฎหมายกำหนด แต่พวกคนมักง่ายกลับมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ใครๆ เขาก็ทำกัน อย่าไปอิจฉาเขาเลย หรือกรณีการล่าเสือดำที่เป็นทั้งเรื่องการผิดศีลธรรม ในการฆ่าสัตว์ การทำผิดกฎหมายในการบุกรุกเข้าไปกระทำชั่วในเขตป่าสงวน และการทำผิดต่อสังคมในเรื่องของการใช้อิทธิพล แต่พวกคนมักง่ายกลับบอกว่า เขาอาจจะแค่อยากไปถ่ายรูปสวยๆ ดื่มด่ำบรรยากาศ "ดิบๆ" คอยดูไปก่อน เขาอาจจะไม่ใช่คนชั่วก็ได้ สุดท้ายในกรณีหวย 30 ล้าน สาระสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่หวย ชุดนี้เป็นของใคร แต่มันอยู่ที่ทำไมจึงปล่อยให้มีการขายหวยชุด และปล่อยให้ขายเกินราคาได้อย่างไร ดังนั้นคนชั่วคนผิดทั้งหลายในเมืองไทยจึง ยิ้มร่าและลอยนวล

เชื่อสิ เดี๋ยวชื่อ "ปรีชา" ก็จะเงียบไปเหมือนชื่อ "จอมทรัพย์"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท