posttoday
ตลาดทุนไทยใช้T+2

ตลาดทุนไทยใช้T+2

01 มีนาคม 2561

ตลาดทุนไทยใช้ T+2 แล้ว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเท่ามาตรฐานสากล ลดต้นทุนและความเสี่ยงให้อุตสาหกรรม

ตลาดทุนไทยใช้ T+2 แล้ว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเท่ามาตรฐานสากล ลดต้นทุนและความเสี่ยงให้อุตสาหกรรม

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ตลท.และทุกฝ่ายภาคตลาดทุนได้เริ่มให้มีระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ 2 วันทำการ (T+2) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่า ตลท.เป็นหนึ่งในผู้นำในอาเซียนที่ใช้ T+2 ให้เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงและมาตรฐานสากลเหมือนที่ตลาดทุนหลักๆ ทั้งในประเทศยุโรปและสหรัฐได้เริ่มใช้แล้ว โดยมีระยะเวลาดำเนินการเร็วที่สุดในโลกหรือเพียง 15 เดือน และยังเป็นตลาดหุ้นแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ใช้ T+2

ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนเป็น T+2 ถือเป็นประโยชน์กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทกภาคส่วน จะช่วยเพิ่มความสามารถหรือศักยภาพ ในการแข่งขันให้กับทั้งอุตสาหกรรม ทั้งลดความเสี่ยงและต้นทุนของอุตสาหกรรม โดยรวม อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ลงทุนบริหารพอร์ตการลงทุนระหว่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายก สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และประธานเเจ้าหน้าที่ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศ ไทย) กล่าวว่า ตลท. โบรกเกอร์ คัสโต เดียน ได้ทราบข่าวมีการออกแบบระบบและร่วมกันปรับเปลี่ยนวิธีการ เพราะ ครั้งนี้โบรกเกอร์เองก็จะมีการขึ้นระบบเพย์เมนต์ในเรื่องการตัดและจ่ายกับธนาคารพาณิชย์ได้เร็วขึ้น พร้อมกับมีการทดสอบระบบร่วมกันมากกว่า 5 รอบ จนเห็นว่าการเคลียริ่งมีความสมบูรณ์และไม่เกิดปัญหา

อย่างไรก็ดี ในด้านของโบรกเกอร์ก็จะได้ประโยชน์จาก T+2 เพราะจะมีเงินเข้ามาหมุนเวียนหรือนำไปบริหารความเสี่ยง หรือเฮดจิ้งได้มากขึ้น ทำให้มีศักยภาพในการดำเนินงานมากขึ้น

ขณะเดียวกันนักลงทุนก็จะได้รับเงินซื้อขายหลักทรัพย์ที่เร็วเพราะมีการส่งมอบหุ้นเร็วขึ้น ที่สำคัญทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสในการลงทุนมากขึ้น เพราะทำให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโดยรวมในปัจจุบันที่มีความผันผวนมากขึ้น

ดัชนีหุ้นไทยปิด 1,811.98 จุดลดลง 18.15 จุด มูลค่าซื้อขาย 70,322.88 ล้านบาท ต่างชาติขาย 3,582.58 ล้านบาท สถาบันขาย 3,297.57 ล้านบาท พอร์ต บล ซื้อ 827.58 ล้านบาท และรายย่อยซื้อ 5,952.56 ล้านบาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เดือน มี.ค. ว่ามีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม ได้แก่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ รุ่นอายุ 10 ปี ยังอยู่ในระดับสูง 2.8% ซึ่งจะทำให้เงินทุนต่างชาติยังไม่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมากนักเพราะมูลค่าตลาดหุ้นไทยยังไม่ถูก

"มีโอกาสน้อยที่หุ้นจะหลุดแนวรับที่ 1,750-1,760 จุด ซึ่งถือเป็นระดับต้นทุนดัชนีของนักลงทุนสถาบันในประเทศที่มีการเข้าซื้อหุ้นอย่างหนักนับตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.ปีก่อน หากดัชนีลงมาที่ระดับนี้แนะนำให้ลดการถือเงินสดเพื่อลงทุนในหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ" นายณัฐชาต กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท