
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่ง9.6% ‘PACE’ยอดขายพุ่งพลิกกำไร
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีกำไรปี 2560 รวมกัน 37,417 ล้าน พุ่ง 9.6% จากปี 2559 เพซพลิกมามีกำไร 171 ล้าน ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีกำไรปี 2560 รวมกัน 37,417 ล้าน พุ่ง 9.6% จากปี 2559 เพซพลิกมามีกำไร 171 ล้าน ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 2560 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประกาศออกว่ามามีกำไร 37,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จากปี 2559 นำโดย บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ (PACE) ที่พลิกมามีกำไร 171 ล้านบาท จากปี 2559 ที่ขาดทุน 2,326 ล้านบาท
น.ส.นฑา กิตติอักษร ประธาน เจ้าหน้าที่สายงานการเงิน PACE ชี้แจงว่ากำไรที่เกิดขึ้นมาจากรายได้รวม 9,271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.6% จากปี 2559 เป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 5,924 ล้านบาท หรือ 64% ของรายได้รวมเพิ่มขึ้น 330.8% จากปี 2559 เนื่องจากการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ ห้องชุดพักอาศัย เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก 94 เรสซิเดนซ์ และรายได้โอนกรรมสิทธิ์วิลล่าตากอากาศในโครงการมหาสมุทร 2 วิลล่า
ด้านรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มกูร์เม่ต์ ดีน แอนด์เดลูก้า 3,142 ล้านบาท 34% ของรายได้รวม ลดลง 2.9% จากปี 2559 รายได้ค่าเช่าและ ค่าบริการ 17 ล้านบาท 0.2% ของ รายได้รวมลดลง 68.7% จากปีก่อนและรายได้อื่น รวมถึงการรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้า ดีน แอนด์ เดลูก้า 189 ล้านบาท 2% ของรายได้รวมลดลง 76.5% จากปี 2559
ทั้งนี้ ผู้สอบบัญชี บริษัท เบเคอร์ ทิลลี่ ออดิท แอ็ดไวเซอร์รี่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) ไม่ให้ข้อสรุปต่องบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม จากการถูกจำกัดขอบเขตโดยสถานการณ์เรื่องการประมาณการรายได้ของจุดชมวิว ซี่งบริษัทได้เปรียบเทียบมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน บริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี ระหว่างรายงานของบริษัทที่ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระแห่งที่ 1 และบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอิสระแห่งที่ 2 โดยใช้วิธีประมาณการรายได้ และคิดลดกระแสเงินสดมาเป็นมูลค่าปัจจุบันบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอิสระแห่งที่ 2 ใช้วิธี "Black-Scholes Model" หรือวิธีการตีราคาสิทธิในการซื้อหุ้นคืนใน บริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี เพิ่มเติมประกอบการประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนดังกล่าว
นายวสุ มัทนพจนารถ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส ปรับลดคำแนะนำหุ้นแสนสิริ (SIRI) เป็นเต็มมูลค่าจากถือราคาปิด 1.94 บาท ราคาพื้นฐาน 1.80 บาท จากเดิม 2 บาท ภายหลังกำไรไตรมาส 4 ปี 2560 ออกมาน่าผิดหวัง 775 ล้านบาท ลดลง 49% จากช่วงเดียวกันของปี 2559 จากค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่สูง







