
คลังเร่งแจ้งเกิดสตาร์ทอัพ
คลัง แจงมียอดสตาร์ทอัพไทยเกิดใหม่รับนโยบายรัฐบาลเพียบ หน่วยงานรัฐ แบงก์พร้อมสนับสนุน
คลัง แจงมียอดสตาร์ทอัพไทยเกิดใหม่รับนโยบายรัฐบาลเพียบ หน่วยงานรัฐ แบงก์พร้อมสนับสนุน
นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ ในเดือน ก.พ. 2561 ว่า มีจำนวนวิสาหกิจเริ่มต้น (สตาร์ทอัพ) ในไทย ที่ลงทะเบียนกับ http://startupthailand.org ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ 713 ราย
ทั้งนี้ ยังมีผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรายใหม่ หรือนิวสตาร์ทอัพ ที่เข้ามาจดทะเบียนและยื่นขอรับการรับรองกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จำนวน 148 ราย ได้รับการรับรองจาก สวทช.แล้ว 91 ราย และได้ขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับกรมสรรพากร 71 ราย
อย่างไรก็ตาม มีสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านการร่วมลงทุนกับธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และธนาคารกรุงไทย ได้อนุมัติการร่วมลงทุนแล้ว 35 ราย วงเงินรวม 768 ล้านบาท โดยมี 9 ราย ที่ได้มีการร่วมลงทุนแล้วคิดเป็นเงินร่วมลงทุน 196 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักลงทุนในไทยเข้าลงทะเบียนบนเว็บไซต์ http://startupthailand.org แล้ว 69 ราย และยังมีกิจการเงินร่วมลงทุน (VC) และทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (PE Trust) ที่ขอรับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินปันผลและรายได้จากการโอนหุ้นของบริษัท เป้าหมาย เป็นระยะเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชี มีผู้จดแจ้งการเป็น VC และ PE Trust กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้วทั้งสิ้น 30 ราย
นายพรชัย กล่าวว่า ผลการศึกษาสถานภาพการพัฒนาผู้ประกอบการและระบบนิเวศของวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup Survey 2017) ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ดำเนินการศึกษาสถานภาพการพัฒนาผู้ประกอบการและระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ พบว่าในช่วงปี 2551-2560 การก่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 มีสตาร์ทอัพที่ ก่อตั้งใหม่สูงถึง 72 ราย
อย่างไรก็ดี พบว่าสตาร์ทอัพที่อยู่ในช่วงหลังระดับแนวคิดเริ่มต้นธุรกิจแต่ยังไม่ได้ลงมือดำเนินธุรกิจ ยังไม่ได้รับการระดมทุนมีอัตราสูงที่สุดคิดเป็น 61% รองลงมาเป็นสตาร์ทอัพที่ได้รับการระดมทุนแล้วคิดเป็น 25% แบ่งเป็นสตาร์ทอัพ ระดับ Seed Round (มูลค่าระดมทุน 6 แสน-100 ล้านบาท) คิดเป็น 69% ระดับ Series A (มูลค่าระดมทุน 33-495 ล้านบาท) คิดเป็น 25% และระดับ Series B-C (มูลค่าระดมทุน 66 ล้านบาทขึ้นไป) คิดเป็น 6%
สำหรับอุตสาหกรรมที่กิจการสตาร์ทอัพไทยดำเนินการ ได้แก่ 1.กลุ่มไลฟ์สไตล์ 2.กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์/เทคโนโลยีทางการเงิน และ 3.กลุ่มเทคโนโลยีทางการตลาด







