
พณ.เกาะติดเซฟการ์ดเหล็ก เร่งหาแนวทางลดผลกระทบ
พาณิชย์รอประเมินผลกระทบมาตรการเซฟการ์ดสินค้าเหล็ก-อะลูมิเนียม พร้อมหาแนวทางรับมือส่งออกไทย
พาณิชย์รอประเมินผลกระทบมาตรการเซฟการ์ดสินค้าเหล็ก-อะลูมิเนียม พร้อมหาแนวทางรับมือส่งออกไทย
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง หลังสหรัฐประกาศใช้มาตรการเซฟการ์ดกับสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมที่นำเข้าจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจะทำให้ขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทยลดลงหรือไม่ และกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างไร คงต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดต่อสถานการณ์อีกสักระยะหนึ่ง
"ในเบื้องต้นอาจให้ความเห็นได้ว่า การใช้มาตรการเซฟการ์ดกับเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐเป็นการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากทุกประเทศที่ส่งออกไปยังสหรัฐในอัตราที่เท่าเทียมกัน ซึ่งไม่น่ามีใครได้เปรียบและเสียเปรียบ แต่หากจะมีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบแล้ว ประเทศที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า จะทำให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันได้ดีกว่าประเทศที่มีต้นทุนสูง" น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว
สำหรับการประกาศใช้มาตรการดังกล่าวของสหรัฐ ซึ่งเป็นการประกาศที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐได้ใช้มาตรการเซฟการ์ดด้วยการปรับขึ้นภาษีนำเข้า และกำหนดโควตานำเข้ากับสินค้าเครื่องซักผ้าและแผงโซลาร์เซลล์จากทั่วโลก รวมถึงไทยมาแล้วนั้น ทำให้ประเมินได้ว่าปีนี้สหรัฐจะใช้มาตรการต่างๆ กับการนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกมากขึ้น ผู้ผลิตและ ส่งออกของไทยคงต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์มีกรมการค้าต่างประเทศดูแลในเรื่องการใช้มาตรการเซฟการ์ดอยู่แล้ว หลังจากนี้จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า ผู้ส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบหรือไม่ อย่างไร และมีแนวทางช่วยเหลือผู้ส่งออกอย่างไร ในส่วนของ สนค.จะติดตามถึงประเภทสินค้าของไทยที่มีความเสี่ยงจะถูกสหรัฐหรือประเทศคู่ค้าอื่นๆ ใช้มาตรการกีดกันการนำเข้าอีก เพื่อเตือนผู้ส่งออกและวางแผนรับมือได้ทันทีในการลดผล กระทบที่จะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในกรณีของสหรัฐที่ใช้เซฟการ์ดเหล็กและอะลูมิเนียมนั้น หากประเทศที่ถูกใช้มาตรการเซฟการ์ดเห็นว่าเป็นมาตรการที่ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ)สามารถขอหารือกับทางสหรัฐได้
รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย แจ้งว่า มาตรการนี้จะส่งผลกระทบทางตรงต่อไทยโดยจำกัดอยู่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปขั้นต้น เช่น ท่อเหล็ก แผ่นเหล็ก ลวดเหล็ก แผ่นอะลูมิเนียม ส่วนผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ใช้เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างของใช้ในครัวเรือน ไม่น่าจะอยู่ในขอบข่ายของเซฟการ์ด







