
การใช้ Delta เพื่อ Hedge ความเสี่ยง
หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทราบถึงการสร้างกลยุทธ์ Delta Neutral Options เพื่อสร้างความได้เปรียบบน Time Decay ไปแล้ว ในสัปดาห์นี้ เราจะมาดูอีกหนึ่งประโยชน์ที่ค่า Delta สามารถนำมาสร้างเป็นกลยุทธ์ในการลดหรือป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าอ้างอิง ยกตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนสามารถใช้ Long Call Options เพื่อทำการ Hedge การ Short Sell หุ้น หรือ Short Futures ของสินค้าอ้างอิงเดียวกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงของ Options Premium จะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าอ้างอิงนั่นเอง
หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทราบถึงการสร้างกลยุทธ์ Delta Neutral Options เพื่อสร้างความได้เปรียบบน Time Decay ไปแล้ว ในสัปดาห์นี้ เราจะมาดูอีกหนึ่งประโยชน์ที่ค่า Delta สามารถนำมาสร้างเป็นกลยุทธ์ในการลดหรือป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าอ้างอิง ยกตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนสามารถใช้ Long Call Options เพื่อทำการ Hedge การ Short Sell หุ้น หรือ Short Futures ของสินค้าอ้างอิงเดียวกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงของ Options Premium จะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าอ้างอิงนั่นเอง
ตัวอย่างในการสร้าง Hedge ความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน Options โดย Options สามารถทำได้โดยยกตัวอย่างเช่น ในพอร์ตเรามี Long Call Options ที่ Delta +0.5 จะสามารถ Hedge ความเสี่ยงจาก Delta Hedging ผ่าน Options อีกตัว โดยการ Long Put Options ที่มี Delta -0.5 ซึ่งจะทำให้ผลรวมของ Delta ในพอร์ตกลายเป็นศูนย์ หรือในกรณีที่ เรามี Short Call Options ที่มี Delta -0.3สามารถ Short Put Options ที่มี Delta +0.3 ก็จะได้สถานะ Delta รวมของพอร์ตเป็นศูนย์
ในกรณีที่ต้องการ Hedge Delta โดยใช้เครื่องมืออนุพันธ์อื่น เช่น Futures สามารถใช้ Delta สะท้อนความสัมพันธ์ของปริมาณสัญญาที่ต้องนำ Options มา Hedge ว่าควรมีปริมาณเท่าไรในการป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน ทำให้สามารถใช้เรียกค่า Delta ว่าเป็น Hedge Ratio ได้ด้วย
หากมี Put Options ที่มี Delta -0.5 จะสามารถถูกประเมินได้ว่า Premium ของ Options จะลดลง 0.50 จุด เมื่อราคาสินค้าอ้างอิงเพิ่มขึ้น 1 จุด หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง คือ Call Options ที่มี Delta 0.4 หรือ Hedge Ratio เท่ากับ 0.4 จะสะท้อนว่าราคา Call Options จะเพิ่มขึ้น 0.4 จุด เมื่อราคาสินค้าอ้างอิงปรับเพิ่มขึ้น 1 จุด หรือแปลว่า มูลค่าของ Options 1 สัญญานี้มีค่าเท่ากับ 40% ของมูลค่าสินค้าอ้างอิง 1 สัญญานั่นเอง
ในกรณีที่ Futures และ Options มีขนาดของสัญญาเท่ากัน อย่างเช่น SET50 Index Futures และ SET50 Index Options ที่มีตัวคูณดัชนีที่ 200 บาท/จุดเท่ากันนั้น เราสามารถหาจำนวนสัญญาที่ต้องการใช้ในการ Hedging ผ่าน Hedge Ratio ได้ง่ายๆ โดยการนำค่า 100 หารด้วยค่า Delta ของ Options โดยค่า Delta นั้นมักจะแสดงเป็นจุดทศนิยม ให้ผู้ลงทุนทำการตัดจุดทศนิยมออก ให้เหลือและหาค่าสัมบูรณ์เพื่อให้ได้ตัวเลขกลมๆ เช่น Put Options ที่มี Delta -0.35 เมื่อตัดทศนิยมและใส่ค่าสัมบูรณ์จะได้ 35 ซึ่งเมื่อนำไปหารกับค่าตั้ง 100 จะได้ 100/35 = 2.85 สัญญา หมายความว่า ทุกๆ 1 สัญญา Futures จะต้องใช้ 2.85 สัญญา Options ในการ Hedge
สุดท้ายนี้หวังว่าผู้อ่านจะได้ทราบประโยชน์ของค่า Delta ที่รวบรวมมาไว้ ซึ่งได้แก่ Delta สามารถใช้เป็นตัวสะท้อนค่า Gearing ใช้เพื่อเป็น Indicator ในการบอกความน่าจะเป็นที่ Options จะเป็น ITM ณ วันหมดอายุ ใช้ในการลด หรือ Hedge ความเสี่ยง เป็นต้น สำหรับท่านที่สนใจเกี่ยวกับสินค้า Options สามารถติดต่อสอบถามจากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการอยู่ หรือติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.tfex.co.th







