
กำลังผลิตพุ่งรอบ10เดือน
สศอ.เผยดัชนีเอ็มพีไอ ม.ค. 2561 โต 3.44% ขยายตัว 9 เดือนต่อเนื่อง อัตราการใช้กำลังการผลิตพุ่ง 70% สูงสุดรอบ 10 เดือน
สศอ.เผยดัชนีเอ็มพีไอ ม.ค. 2561 โต 3.44% ขยายตัว 9 เดือนต่อเนื่อง อัตราการใช้กำลังการผลิตพุ่ง 70% สูงสุดรอบ 10 เดือน
นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ประจำเดือน ม.ค. 2561 ขยายตัว 3.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ ระดับ 111.81 มาอยู่ที่ระดับ 115.65 ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 สอดคล้องกับอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 70.19% สูงสุดในรอบ 10 เดือน ตั้งแต่ มี.ค. 2560 ที่ 74.28%
ทั้งนี้ ปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อค่าดัชนี ได้แก่ การส่งออกฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง กำลังซื้อในประเทศที่มีทิศทางที่ดีเช่นเดียวกัน สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 โดยดัชนี ผู้บริโภคเดือน ม.ค.อยู่ที่ระดับ 67 สูงสุดในรอบ 34 เดือน แม้ค่าเงินบาทแข็งค่าและค่าแรงสูงขึ้น แต่ยังสะท้อนขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยที่สูงขึ้น
สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว ประกอบด้วยรถยนต์ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.48% จากเครื่องยนต์ดีเซล และรถบรรทุกปิกอัพเป็นหลัก เพราะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของค่ายรถยนต์ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า รวมถึงการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า เช่น ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ สหราชอาณาจักร อาเซียน และเอเชียใต้
ขณะที่กลุ่มน้ำมันพืชขยายตัว 42.51% จากน้ำมันปาล์มดิบและปาล์มบริสุทธิ์ เป็นหลัก ตามปริมาณผลปาล์มดิบที่มีมากกว่าปีก่อน ทำให้มีการนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซลและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น น้ำมันปิโตรเลียมขยายตัว 9.15% จากน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้และความนิยมมากขึ้น รองลงมาเป็นน้ำมันดีเซลจากการใช้ในภาคการเดินทาง การขนส่งและอุตสาหกรรมที่เป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวที่เติบโตได้ดีต่อเนื่อง
สำหรับผลิตภัณฑ์ยางขยายตัว 5.22% จากยางแผ่นเป็นหลักตามปริมาณน้ำยางดิบที่มีมากกว่าปีก่อน รวมถึงการส่งออกที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจากจีน เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านขยายตัว 14.58% โดยเฉพาะกลุ่มเดียวจากเครื่องซักผ้าจากการจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดและขยายตลาดในแถบตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ส่วนพัดลมมีการเร่งผลิตเก็บสต๊อกไว้เพื่อจำหน่ายในช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว 1.79% จากการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 13.39% และส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้น 19.97% และอุตสาหกรรมอาหารขยายตัว 7.2% โดยเฉพาะปศุสัตว์เพิ่มขึ้น 8.6% และน้ำตาลเพิ่มขึ้น 7.9%
"ประเมินทิศทางการลงทุนภาคอุตสาหกรรมนับจากนี้มีแนวโน้มที่ดี จากการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะเบื้องต้นมีนักลงทุนทั้งจากประเทศจีน ญี่ปุ่น รวมถึงยุโรปให้ความสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะ หลังจาก พ.ร.บ.อีอีซีกำลังจะประกาศให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ จะยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนมากขึ้น" นายศิริรุจ กล่าว







