
คาถาสร้างธุรกิจ
"การเปลี่ยนแปลงมีความอันตรายมากกว่าการแข่งขันทางธุรกิจ"
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
"การเปลี่ยนแปลงมีความอันตรายมากกว่าการแข่งขันทางธุรกิจ" จากความเห็นของ "มงคล ลีลาธรรม" กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ที่ต้องการกระตุ้นให้เอสเอ็มอีเร่งปรับตัว และพร้อมรับมือทุกการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ เพื่อทำให้ธุรกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน
"มงคล ลีลาธรรม" กรรมการ ผู้จัดการ ธพว. เปิดเผยในงาน หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 2 จัดโดย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ว่า อยากแนะนำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ยึดหลัก 5 ด้านในการทำธุรกิจ ประกอบด้วย 1.การมีวิธีคิดที่ทันสมัย (โมเดิร์น) อยู่เสมอ เพราะในปัจจุบัน สถานการณ์ทุกด้านมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นผู้ประกอบการไม่ควรทำธุรกิจแบบเคยชิน และกลยุทธ์ที่เคยใช้แบบเดิมอาจจะใช้ไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน
"ในปัจจุบันทุกอย่างในการดำเนินธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ผู้ประกอบการอย่าอยู่แบบความเคยชิน ต้องปรับธุรกิจให้ได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมีความอันตรายต่อธุรกิจมากกว่าการแข่งขันทางธุรกิจ" มงคล กล่าว
2.การสร้างเรื่อง (สตอรี่) ต้องนำเสนอเรื่องราวที่มีทั้งความโดดเด่น ความสนุก และแตกต่าง จากผู้ประกอบการและแบรนด์อื่น 3.การสร้างบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) ควรนำเสนอด้วยดีไซน์สวยงาม มีเอกลักษณ์ 4.การสร้างมาตรฐานสินค้า เพื่อทำให้สินค้ามีมาตรฐานและคุณภาพที่ดีแก่ลูกค้า และ 5.การทำตลาดออนไลน์ เป็น ช่องทางสำคัญ ทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์มากขึ้น
ขณะเดียวกัน จากการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและผลจากเทคโนโลยี จึงกระทบต่อธุรกิจต่างๆ ที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ผู้ประกอบการควรพร้อมปรับตัว
มงคล กล่าวต่อว่า อยากให้ผู้ประกอบการเข้าไปจดทะเบียนทางธุรกิจสู่การเป็นนิติบุคคล โดยการเข้าระบบอย่าง ถูกต้องถือเป็นภูมิคุ้มกันทางธุรกิจที่ดี ทั้งมีหน่วยงานรัฐพร้อมส่งเสริม ตลอดจนให้คำแนะนำทุกด้าน จึงสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจให้แข็งแรง
อีกทั้งมีข้อมูลจากหอการค้าไทย ได้ทำการสำรวจดัชนีความสามารถการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,200 ราย ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าระบบ จะมีความสามารถการแข่งขัน ทางธุรกิจดีขึ้น แตกต่างจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่ได้เข้าระบบอย่าง ชัดเจน
ดังนั้น การเข้าระบบเป็นนิติบุคคลจึงมีศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ เพราะในระยะยาวทุกบริษัทจะต้องมีธุรกิจเติบโตและมีแนวโน้มที่จะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่อาจต้องใช้เวลาร่วม 10 ปี ซึ่งหากผู้ประกอบการยังไม่สนใจเข้าจดทะเบียนธุรกิจ ในอนาคตการทำธุรกิจจะต้องเหนื่อยมากขึ้น
ยกตัวอย่าง ร้านอาฟเตอร์ยู ดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ จัดการระบบบัญชีได้อย่างดี จึงทำให้ในเวลา 7 ปี ได้เข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีมูลค่าธุรกิจมากกว่าหมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตที่ดี
"มงคล" กล่าวทิ้งท้ายว่า เอสเอ็มอี ไทยมีกว่า 3 ล้านราย ยังมีโอกาสทางธุรกิจอย่างมาก โดยควรขยายตลาดใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมให้ความสำคัญกับพฤติกรรมผู้บริโภค และรุกช่องทางออนไลน์
5 คาถาสร้างธุรกิจประสบความสำเร็จ
1.การมีวิธีคิดที่โมเดิร์น
2.การสร้างเรื่องราวแบรนด์โดดเด่น
3.การนำเสนอแพ็กเกจจิ้งสวยงาม
4.การสร้างมาตรฐานสินค้ายอดเยี่ยม
5.การขยายออนไลน์







