posttoday
หุ้นใหญ่สลับกลุ่มลงทุน

หุ้นใหญ่สลับกลุ่มลงทุน

26 กุมภาพันธ์ 2561

ประกิต สิริวัฒนเกตุนักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กสิกรไทยสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกฟื้นตัว หลังตลาดคลายความกังวลเรื่องดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ เช่นเดียวกับดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ดีดตัวขึ้นมาเกิน 1,820 จุด จนใกล้ที่จะกลับไปทดสอบเป้าหมายปี 2561 ของ บล.กสิกรไทย ที่ 1,850 จุด (เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ดัชนีเข้าใกล้เป้าหมายได้มากสุดที่ 1,848 จุด)

ประกิต สิริวัฒนเกตุนักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กสิกรไทย

สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกฟื้นตัว หลังตลาดคลายความกังวลเรื่องดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ เช่นเดียวกับดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ดีดตัวขึ้นมาเกิน 1,820 จุด จนใกล้ที่จะกลับไปทดสอบเป้าหมายปี 2561 ของ บล.กสิกรไทย ที่ 1,850 จุด (เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ดัชนีเข้าใกล้เป้าหมายได้มากสุดที่ 1,848 จุด)

สำหรับมุมมองต่อ SET Index ยังคงคาดการ SET Index ในเดือน มี.ค.จะทะยานขึ้นทดสอบ 1,850 จุด ก่อนจะไปต่อที่ 1,870 จุด

SET Index ถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้นขนาดใหญ่ ใน SET50 Index เมื่อ วันที่ 26 ก.พ. 2561 ปรับขึ้นถึง 1.93% มากกว่า SET Index ที่บวกมา 1.44% ซึ่งผิดไปจากที่ผมประเมินไว้ ว่า SET50 Index จะเคลื่อนไหวใกล้เคียงตลาดในขณะที่หุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก จะพลิกเป็นตัวนำตลาด

การปรับเพิ่มขึ้นของ SET50 Index ตั้งแต่วันที่ 9-26 ก.พ. 2561 กว่า 4.50% นั้นเป็นการถูกดึงขึ้นด้วยบริษัท ปตท. (PTT) 2.35% (PTT ปรับเพิ่มในช่วงเวลาดังกล่าวเกือบ 18%) ราคาหุ้นของ PTT ได้ขึ้นตอบรับเรื่องการแตกพาร์และแผนการลงทุนใหม่ไปมากแล้ว ความเสี่ยงที่จะถูกขายทำกำไรจึงเริ่มมีมากขึ้น ขณะที่ตลาดกำลังมีสภาพคล่องส่วนเพิ่มที่มากขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าแม้ตลาดจะถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้นขนาดใหญ่ต่อไป

แต่จะเห็นการสลับกลุ่มลงทุนในหมู่หุ้นขนาดใหญ่ (Big-Cap rotation) จากพลังงานต้นน้ำ PTT มาเป็นกลุ่มอื่นใน SET50 Index มากขึ้นทั้งกลุ่มปิโตรเคมี บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) โรงกลั่นบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) กลุ่มธนาคาร ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) สื่อสาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ค้าปลีก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) นิคมอุตสาหกรรม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) การเงิน บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS)

ปัจจัยสำคัญที่ผมมองว่าจะมีผลต่อ SET Index ในเดือน มี.ค. 2561 คือการซื้อของนักลงทุนต่างประเทศ ต้องย้อนกลับไปดูการที่นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิใน SET50 future อีก 4,100 สัญญา เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2561 ทำให้นับตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิมา 8 วันติด รวม 4.9 หมื่นสัญญา ถือเป็นการซื้อติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 9 เดือน ทั้งนี้การซื้อสุทธิเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2561 สอดคล้องกับปริมาณ Open Interest ใน S50H18 ที่ปรับเพิ่มขึ้น 4,000 สัญญา สถานะ Long ดังกล่าวเป็นการเปิดสถานะใหม่ สะท้อนว่าต่างชาติมีมุมมองบวกต่อตลาดเดือน มี.ค. เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะเห็นนักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อใน SET สอดคล้องสถิติ 9 ปีที่ผ่านมาต่างชาติจะซื้อในเดือน มี.ค.ทุกปีเฉลี่ย 1.7 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น ปัจจัยที่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดคือ การพิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและที่มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่คณะกรรมมาธิการร่วม 3 ฝ่ายจะทำการปรับแก้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 มี.ค. 2561 ก่อนจะส่งต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติ (ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการยื่นทูลเกล้าฯ ก่อนจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในเดือน มิ.ย. และประกาศใช้เป็นกฎหมายในเดือน ก.ย. 2561) ถ้ามีการลงมติเห็นชอบ จะเป็นการเปิดเส้นทางสู่การเลือกตั้งที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ตลาดจะเกิดเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ดัชนีไปไกลเกิน 1,850 จุดได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท