
GULFกำไรพุ่ง726%
กัลฟ์กำไรปี 2560 เท่ากับ 3,451 ล้าน เพิ่มขึ้น 726.6% จากปี 2559 รับส่วนแบ่งกำไรเต็มปีบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 177% และกำไรค่าเงินบาทแข็ง
กัลฟ์กำไรปี 2560 เท่ากับ 3,451 ล้าน เพิ่มขึ้น 726.6% จากปี 2559 รับส่วนแบ่งกำไรเต็มปีบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 177% และกำไรค่าเงินบาทแข็ง
น.ส.ฉัตรตะวัน ไชยะกุล ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ บริษัท กัลฟ์ เอ็น เนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) แจ้งว่า ปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,451.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 726.6% จากปี 2559 จากรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายไฟและไอน้ำในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (เอสพีพี) 4 โครงการภายใต้บริษัทย่อย GMP ได้แก่ โรงไฟฟ้า GVTP GTS1 GTS2 และ GTS3 ซึ่งทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ในเดือน พ.ค. ก.ค. ก.ย. และ พ.ย. 2560 ตามลำดับ ในขณะที่ปี 2559 บริษัทมีเพียงรายได้จากการขายไฟจากกลุ่ม Gulf Solar เท่านั้น
ทั้งนี้ ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเนื่องจากปี 2560 เป็นปีแรกที่รับรู้กำไรจาก GJP ที่ถือหุ้น 40% เต็มปี 3,984.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.2% จากปี 2559 โดยโรงไฟฟ้ามีค่าความพร้อมจ่ายดีขึ้นและอัตราการใช้ความร้อนเฉลี่ยที่ดีขึ้น เนื่องจากมีการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ GJP ยังมีกำไรจากเงินบาทแข็งค่าด้วย จากการปรับมูลค่าหนี้สินตามอัตราแลกเปลี่ยนสิ้นปีบัญชี เนื่องจากกลุ่มบริษัทภายใต้ GMP และ GJP มีเงินกู้ยืมเป็นเงิน ดอลลาร์สหรัฐ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า คาดรายได้ GULF ไตรมาสแรกปี 2561 เติบโตโดดเด่นจากการขยายกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้า GT4 ที่ซีโอดีไปเมื่อต้นเดือน ม.ค.และ GTS 3 ที่ผลิตเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกปีนี้ และคาดว่าบริษัทจะทยอยซีโอดี โครงการเอสพีพีที่เหลือทั้งหมด 4 โครงการราว 510 เมกะวัตต์ (คิดเป็นสัดส่วนของการถือหุ้นที่ 289.9 เมกะวัตต์ ผลักดันให้กำไรปกติปี 2561 อยู่ที่ 4,311 ล้านบาท เติบโต 75.5% จากช่วงเดียวกันของปี 2560
อีกทั้งยังมีประเด็นที่น่าจับตาคือ ธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติร่วมกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ซึ่งบริษัทคาดเริ่มจำหน่ายได้ในไตรมาส 3 ปี 2561 และปี 2562 เริ่มจากอีสเทิร์นซีบอร์ด 2 และ 4 ตามลำดับ ซึ่งเป็นโอกาสปรับขึ้นต่อราคาเป้าหมาย
ทั้งนี้ แม้ว่าราคาหุ้น ณ ปัจจุบันเต็มมูลค่าเหมาะสม ณ สิ้นปี 2561 ที่ 63.00 บาทแล้วก็ตาม แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ราคาเหมาะสม 62 บาท เนื่องจากธุรกิจมีความเสี่ยงต่ำและกำลังผลิตราว 6,088.5 เมกะวัตต์ ที่จะทยอยเข้ามาจนถึงปี 2567 ส่งผลให้สัดส่วนราคาต่อกำไรปี 2567 อยู่ที่ 13.4 เท่านั้น รวมถึงยังมีโอกาสปรับขึ้นที่ไม่ได้รวมในประมาณการทั้งธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติร่วมกับ WHAUP โอกาสในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศและการได้โครงการใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในแผน บริษัทประกาศเงินปันผลปี 2560 ที่ 0.40/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 พ.ค. 2561







