
PPS ระดมไอซีโอปล่อยกู้ลูกค้า
การที่บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) ร่วมพันธมิตรแตกธุรกิจเพิ่มเสมือนแฟกตอริ่ง ชวนผู้ลงทุนระดมทุนด้วยเหรียญดิจิทัล (ไอซีโอ) ปล่อยกู้เงินระยะสั้นให้เจ้าของโครงการก่อสร้างมีต้นทุนการเงินต่ำ
การที่บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) ร่วมพันธมิตรแตกธุรกิจเพิ่มเสมือนแฟกตอริ่ง ชวนผู้ลงทุนระดมทุนด้วยเหรียญดิจิทัล (ไอซีโอ) ปล่อยกู้เงินระยะสั้นให้เจ้าของโครงการก่อสร้างมีต้นทุนการเงินต่ำ
พงศ์ธร ธาราไชย ประธานกรรมการบริหาร (PPS) แถลงว่า บริษัทได้ร่วมกับพันธมิตร คือ บริษัท ฟินเทค (ประเทศไทย) และบริษัท เวโลพาร์ค ตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ โปรฟิน กรุ๊ป ถือหุ้นสัดส่วนเท่ากัน 33.33% ไอซีโอ 500 ล้านบาท ผ่านโปรฟินคอยน์ของบริษัท ที่ราคาโทเคนละ 1 บาท โดยไม่ต้องไปผ่านสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) อื่น ซึ่งไอซีโอประเภทนี้จะมีสินทรัพย์หนุนหลัง ให้ผู้ลงทุนรายแรกของไทย โดยจะบริการปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการก่อสร้างที่มีลูกหนี้เป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าหรือคู่ค้าของ PPS
PPS สนใจดำเนินธุรกิจแฟกตอริ่ง แต่ไม่อยากกู้เงินธนาคารมาให้บริการ ในขณะที่เจ้าของโครงการขนาดกลางหรือขนาดเล็กสภาพคล่องไม่เพียงพอ โครงการภาครัฐเบิกจ่ายเงินช้า กระทบงบของ PPS ที่การชำระหนี้ของลูกค้าเริ่มนานขึ้น จึงมองเห็นโอกาส ขณะที่ลูกค้าก็จะได้ต้นทุนดอกเบี้ยโครงการที่ถูกลงที่ 9-20%
ผู้ลงทุนสามารถซื้อโปรฟินคอยน์ด้วยราคา 1 โทเคน/1 บาท เสมือนได้สิทธิในการปล่อยกู้จากการถือโปรคอยน์ ให้กับเจ้าของโครงการก่อสร้าง มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าตลาดหรือ 8% ซึ่ง โปรฟิน กรุ๊ป คิดค่าธรรมเนียมคงที่ 3% เท่ากับผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้คือ 5% แต่ผลตอบแทนจะไม่คงที่ขึ้นอยู่กับที่ผู้ลงทุนจะเลือกสนับสนุนแต่ละโครงการก่อสร้าง โดยแต่ละโครงการที่คัดเลือกมาให้ผู้ลงทุนจะมีการตั้งคณะกรรมการลงทุนขึ้นมาคัดเลือก โดยจะมีตัวแทนจากผู้ลงทุน 1 คน เข้ามาคัดเลือกโครงการด้วย แต่หากผู้ลงทุนซื้อคอยน์แล้วแต่ไม่เลือกโครงการลงทุนก็ให้บริษัทบริหารจัดการได้ลงทุนได้เช่นกัน
ทั้งนี้ คาดว่าจะเสนอขายโปรฟินคอยน์วันที่ 15-30 มี.ค. ให้ผู้สนใจซื้อ โทเคนเข้าลงทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลตัวตน (KYC) ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. และจะเปิดแลกคืนปีละ 2 ครั้ง และถ้าโครงการไหนจบก็จะทำลายโทเคนทิ้ง
ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินเทค (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้เกณฑ์ไอซีโอของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังไม่ออกมา แต่บริษัทพยายามอิงกับเกณฑ์สูงสุดที่มีการหารือระหว่างการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ให้นักลงทุนรายย่อยซื้อโทเคนได้สูงสุด 3 แสนบาท/ราย และที่ผ่านมาก็มีการหารือ ก.ล.ต.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตลอด
การระดมทุนครั้งนี้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับกระดานซื้อขายคริปโตเคอเรนซีที่กำลังมีข่าวธนาคารกรุงเทพและธนาคารกรุงไทยกำลังดำเนินตามคำขอร้องของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ไม่ให้ทำธุรกรรมกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี เหมือนที่ Thai Digital Asset Exchang (TDAX) ซึ่งเป็นกระดานซื้อขายเงินดิจิทัลแห่งแรกที่คนไทยเป็นเจ้าของได้รับผลกระทบ เพราะเป็นการติดต่อระหว่างบริษัท โปรฟิน กรุ๊ป กับผู้ลงทุนเท่านั้น แต่คนที่ดูแลเงินทั้งหมดคือ คัสโตเดียนที่ดูแลเรื่องเงินทั้งหมด ซึ่งบริษัทกำลังเจรจากับคัสโตเดียน
ธัช ธงภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ PPS กล่าวว่า ปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ไม่ต่ำกว่า 450 ล้านบาท หรือเติบโต 20% จากปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10% โดยในส่วนของธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากมูลค่างานในมือสิ้นปีก่อนอยู่ 374 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2563 และตั้งเป้ารายได้ใน 5 ปีข้างหน้า จะทำได้ 1,000 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี







