
บลจ.วรรณบุกEM ประเดิมหุ้นอินเดีย
บลจ.วรรณ บุกตลาดเกิดใหม่ เปิดขายกองทุนเปิดวรรณ อินเดีย ออพพอร์ทูนิตี้ เลือกลงทุนหุ้นเติบโตสูงมีราคาต่ำ
บลจ.วรรณ บุกตลาดเกิดใหม่ เปิดขายกองทุนเปิดวรรณ อินเดีย ออพพอร์ทูนิตี้ เลือกลงทุนหุ้นเติบโตสูงมีราคาต่ำ
นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิด วรรณ อินเดีย ออพพอร์ทูนิตี้ (ONE-INDIAOPP) ซึ่งจะเสนอขายระหว่างวันที่ 26 ก.พ.-12 มี.ค. 2561 โดยลงทุนในกองทุน PINEBRIDGE INDIA EQUITY FUND เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวในอินเดีย ซึ่งจะเน้นคัดเลือกหุ้นในลักษณะ Bottom Up จากบริษัทที่ยังคงมีความสามารถในการแข่งขันและเติบโตในระยะยาว รวมถึงมีผลการดำเนินงานที่ดีกองทุน ONE-INDIAOPP ยังเน้นนโยบายกระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยงในการ กระจุกตัวของอุตสาหกรรม และมีการลงทุนที่ยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด
"กองทุน ONE-INDIAOPP จะเน้นลงทุนแบบ Selective Stock ในหุ้นที่คาดว่ามีแนวโน้มการเติบโตในระดับสูงและมีราคาต่ำโดยเฉพาะมีปัจจัย พื้นฐานที่ดี อีกทั้งกลุ่มหุ้นที่ PINEBRIDGE เลือกลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม IT Healthcare ซึ่งแตกต่างจากบริษัท จัดการอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน ดังนั้นหากผู้ลงทุนที่สนใจกระจายการลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และเน้นลงทุนจากหุ้นที่เติบโตจากปัจจัยพื้นฐาน โดยไม่อ้างอิงกับดัชนีตลาดฯ กองทุน ONE-INDIAOPP ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ" นายพจน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การออกกองทุนเพื่อไปลงทุนในอินเดียเพราะมองว่าเศรษฐกิจของอินเดียจะเติบโตสูง และแม้ว่าที่ ผ่านมาตลาดหุ้นอินเดียจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่หากพิจารณาในระยะยาวเปรียบเทียบแนวโน้มการเติบโตผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในอนาคต ณ ระดับพี/อีที่ระดับ 18.5 เท่า อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROEX ประมาณ 15.8% จากปีก่อน 14.6% ทำให้บริษัทมองว่าตลาดหุ้นอินเดียยังน่าสนใจ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพิจารณาออกกองทุนในแถบประเทศเกิดใหม่ (EM) เพิ่มเติมคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนหน้า ซึ่งแผนการเสนอขายกองทุนดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินกับ ผู้ลงทุนให้มีความหลากหลายและรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีเข้ามาในขณะนี้ เพราะมองว่าตลาดเกิดใหม่สามารถเติบโตได้ในระดับสูง หากพิจารณาจากตัวเลขการเติบโตของจีดีพียังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีก่อน โดยปีนี้คาดว่าจีดีพีอยู่ที่ประมาณ 6.1%







