posttoday
‘นีโอยู’ บุกตลาดจีน

‘นีโอยู’ บุกตลาดจีน

25 กุมภาพันธ์ 2561

ปิยนุช ผิวเหลืองผลิตภัณฑ์บำรุงผิว นีโอยู (NEOU)ฉีกทุกกฎการทำตลาด กวาดยอดขาย 200 ล้านบาท ในการบุกตลาดจีน "จุลจักร กำลังแพทย์" เจ้าของผลิตภัณฑ์ นีโอยู พร้อมเปิดประสบการณ์และแบ่งปันความรู้การทำธุรกิจสำหรับผู้ที่สนใจเจาะตลาดจีน

ปิยนุช ผิวเหลือง

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว นีโอยู (NEOU)ฉีกทุกกฎการทำตลาด กวาดยอดขาย 200 ล้านบาท ในการบุกตลาดจีน "จุลจักร กำลังแพทย์" เจ้าของผลิตภัณฑ์ นีโอยู พร้อมเปิดประสบการณ์และแบ่งปันความรู้การทำธุรกิจสำหรับผู้ที่สนใจเจาะตลาดจีน

จุลจักร ระบุว่า สินค้านีโอยูเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งได้มีการทำตลาดออนไลน์ เพราะมองว่าตลาดออนไลน์มีอัตราการขยายตัวแบบก้าวกระโดดในประเทศจีน จึงอาศัยช่องทางดังกล่าววางจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำของจีน ได้แก่ เถาเป่า (Taobao) เจดี (JD) และทีมอลล์ (TMall) โดยมีผู้เข้าถึงเว็บไซต์ เฉลี่ยวันละ 200 ล้านคนต่อเว็บไซต์ หลังจากวางจำหน่ายเพียง 4 เดือน สามารถกวาดยอดขายกว่า 200 ล้านบาท

"ก่อนหน้านี้ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องสำอาง หรือการทำธุรกิจเลย แต่มีความชื่นชอบด้านสกินแคร์ และเป็นคน ผิวแพ้ง่าย จึงต้องการผลิตเครื่องสำอางเพื่อใช้เอง พบว่ามีผลลัพธ์ที่ดี จึงได้ ส่งต่อผลิตภัณฑ์ให้คนอื่นๆ ทดลองใช้ ซึ่งเป็นกลุ่มชนชั้นนำ (เซเลบ) ในสังคม ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก จึงมีตัวแทนจำหน่ายของประเทศจีนติดต่อขอเป็นตัวแทน เพื่อทำตลาดในจีน และเราก็ตกลง" จุลจักร อธิบาย

ทั้งนี้ หลังจากจับมือเป็นพันธมิตรกับหุ้นส่วนในประเทศจีน นีโอยู เริ่มวางจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการแห่งแรกในจีน และเมื่อได้รับผลตอบรับถล่มทลายช่วง 4 เดือนแรก จึงหันกลับมาทำตลาดและวางจำหน่ายในประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์ของ นีโอยู ผลิตในประเทศไทย แต่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศจีน

"ประเทศไทยมีต้นทุนที่ดี เพราะผู้บริโภคชาวจีน เชื่อมั่นสินค้าที่ผลิตในไทย เป็นโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย ดึงเงินหยวนกลับสู่ประเทศ แต่ทั้งนี้เราต้องมีความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจ ซึ่งโดยส่วนตัวผมเล็งเห็นถึงความเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งของประเทศจีน จึงอาศัยช่องทาง ดังกล่าว" จุลจักร กล่าว

ปัจจุบัน นีโอยูเข้าสู่แวดวงธุรกิจเครื่องสำอางกว่า 4 ปี ด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพียง 2 ชนิด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ Booster บำรุงได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย และผลิตภัณฑ์ Boosting ใช้สำหรับบำรุง ผิวหน้าโดยเฉพาะ ซึ่งผลิตภัณฑ์ Booster ขายดีที่สุดในตลาดจีน โดยรายได้จากการ จัดจำหน่ายในประเทศจีน 80% มาจาก ช่องทางออนไลน์ และ 10% จากหน้าร้าน สำหรับการจำหน่ายในไทย 50% มาจากช่องทางออนไลน์ ผ่านโซเชียล มีเดีย และอีก 50% จากกลุ่มโมเดิร์นเทรด อาทิ คิง เพาเวอร์ อีฟแอนด์บอย บิวเทรี่ยม และเซเว่นอีเลฟเว่น เป็นต้น

ขณะที่กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้สินค้าคือ กลุ่มผู้บริโภคทุกระดับ ด้วยราคาจัดจำหน่ายในประเทศชิ้นละประมาณ 590 บาท และราคาจัดจำหน่ายในประเทศจีนอยู่ที่ 790-800 บาท เป็นราคาที่จับต้องได้ นอกเหนือจากนี้ นีโอยูยังทำตลาดในประเทศอื่นๆ ได้แก่ ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ลาว กัมพูชา เวียดนาม อินเดีย สิงคโปร์ และเมียนมา

"แม้ว่า นีโอยูจะส่งออกผลิตภัณฑ์กว่า 10 ประเทศ แต่สัดส่วนรายได้มาจากตลาดจีนถึง 75% และอีก 25% จากตลาดอื่น ด้วยจำนวนผู้บริโภคมหาศาลในตลาดจีน ซึ่งยังมีอีกหลายพื้นที่ที่สามารถเข้าไปทำตลาดได้" จุลจักร กล่าว

สำหรับความท้าทายของการทำ ตลาดต่างประเทศ คือการป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบ นีโอยู จึงได้คิดค้นการ์ดกันปลอม โดยมีรหัสหลังแถบแม่เหล็กในกล่องสินค้า ซึ่งผู้บริโภคสามารถ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ว่าเป็นของแท้หรือไม่ในเว็บไซต์ของบริษัท โดยสามารถตรวจสอบได้เพียงครั้งเดียว ป้องกันการนำหมายเลขแอบอ้างในการผลิตสินค้าปลอม โดยเฉพาะในตลาดจีน เพราะการลอกเลียนแบบสินค้านี้ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายถอดใจการทำธุรกิจในประเทศจีน

"สินค้าลอกเลียนแบบเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เราป้องกันได้ เช่น รูปแบบการ์ดกันปลอม ของนีโอยู โดยผู้ประกอบการไม่ควรกังวลจนไม่กล้า ทำธุรกิจ เพราะรายได้ตอบกลับจากตลาดจีนมีมหาศาล สำคัญที่สุดคือการเชื่อมั่นหุ้นส่วนในประเทศจีน และเราต้องชัดเจนและซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจ" จุลจักร แนะนำ

ขณะที่แผนในอนาคตนีโอยูวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์อีก 3 รายการ ในกลุ่มสกินแคร์ อาทิ คลีนซิ่งและโฟมล้างหน้า ตั้งเป้ารายได้ปี 2561 เติบโต 70-80% จากผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ และวางแผนประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท