posttoday
ปรากฏการณ์ ตูน บอดี้สแลม (5)

ปรากฏการณ์ ตูน บอดี้สแลม (5)

25 กุมภาพันธ์ 2561

นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒนคำถามต่อไปสำหรับปรากฏการณ์ตูนบอดี้สแลม คือ ตูนได้สร้างผลกระทบอย่างไรต่อระบบสุขภาพไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำอะไรต่อไป

นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน

คำถามต่อไปสำหรับปรากฏการณ์ตูนบอดี้สแลม คือ ตูนได้สร้างผลกระทบอย่างไรต่อระบบสุขภาพไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำอะไรต่อไป

ตูนได้กล่าวในพิธีบายศรีสู่ขวัญที่ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวันของ ท่านมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ว่า "โครงการก้าวคนละก้าวมีแรงบันดาลใจจากการวิ่ง ซึ่งมาจากการได้รับเชิญให้ไปทำกิจกรรมสร้างอาคารที่โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลพาไปดูสถานที่ก็เกิดความสะท้อนใจว่า แม้เราจะทำกิจกรรมตามปกติก็คงช่วยได้ไม่มาก จึงเห็นว่าการวิ่งเป็นสิ่งเดียวที่จะทำได้ จึงวิ่งจากกรุงเทพฯ-บางสะพาน เวลา 10 วัน ได้เงินมาจำนวน 85 ล้านบาท รวมทั้งทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังบอกว่าการออกกำลังกายเป็นการแก้ปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ และลดปัญหาการไป ใช้บริการด้านสาธารณสุข ต่อมามี โรงพยาบาลหลายแห่งมาขอให้สนับสนุนบ้าง จึงเห็นว่าเนื่องจากมีโรงพยาบาลหลายแห่ง จึงต้องทำเพื่อโรงพยาบาลศูนย์ก่อน เพราะมีสาขาโรงพยาบาลชุมชนในเครือข่ายหลายแห่ง และบางแห่งช่วยได้หลายจังหวัดด้วย รวมทั้งเป็นศูนย์รวมการรักษาพยาบาลโรคหนัก เช่น มะเร็ง หัวใจ โรคในเด็ก ฯลฯ จึงนำวิธีการวิ่งมาใช้ด้วยการวิ่งเหนือสุด-ใต้สุดของประเทศ เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลศูนย์จำนวน 10 แห่งและโรงพยาบาลน่าน ซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาลศูนย์ แต่อยู่ห่างไกลอีกแห่ง..." (มติชน พุธ 27 ธ.ค. 2560 หน้า 5)

จะเห็นว่าเงิน 85 ล้านบาท มีประโยชน์สำหรับโรงพยาบาลบางสะพานและโรงพยาบาลขนาดเล็ก ใน อ.บางสะพาน บางแห่งด้วย

เงินบริจาคกว่า 1,200 ล้านบาท ที่ได้ในปี 2560 ตูนมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นผู้ดูแลจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ตามความเหมาะสมแก่โรงพยาบาลในโครงการทั้ง 11 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลราชบุรี โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช โรงพยาบาลสระบุรี โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลน่าน และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ทั้งนี้โรงพยาบาลทั้ง 11 แห่ง เป็นโรงพยาบาลศูนย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 9 แห่ง เป็นโรงพยาบาลทั่วไป 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษห่างไกลและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า นอกจากโรงพยาบาล 11 แห่งนี้แล้ว โรงพยาบาลอื่นบางแห่งในเขตจังหวัดเหล่านี้อาจได้อานิสงส์บ้าง เหมือนที่ โรงพยาบาลขนาดเล็กใน อ.บางสะพาน ได้รับมาแล้ว

เงินจำนวนนี้น่าจะมีค่ามากสำหรับโรงพยาบาลเหล่านี้ เพราะเป็นเงินเพิ่มเติมจากงบประมาณที่ได้รับตามปกติอยู่แล้ว ทำให้มีโอกาสซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ หรือแก้ปัญหาความจำเป็นบางอย่างนอกเหนือจากงบประมาณ และเงินรายได้ต่างๆ ของโรงพยาบาล และเชื่อว่าทุกโรงพยาบาล และคณะกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าที่ดูแลเงินก้อนนี้ จะพิจารณาใช้เงินด้วยความรอบคอบ

ความฝันของตูนเป็นความฝันที่ใสซื่อและบริสุทธิ์ ที่สามารถเติมส่วนขาดบางส่วนให้แก่ระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งตลอดเวลาตั้งแต่ก่อนเริ่มวิ่งจนถึงเส้นชัย มีข้อคำถามผุดขึ้นเป็นระยะว่าตูนสามารถ "เติมเต็ม" ส่วนขาดให้แก่ระบบสาธารณสุขของประเทศได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเติมให้แก่ ส่วนใดเพราะปรากฏการณ์ตูนเกิดขึ้นขณะที่มีข้อถกเถียงในวงการสาธารณสุขว่ารัฐได้จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอหรือไม่ และประชาชนควรจะมีส่วนร่วมจ่ายมากน้อยแค่ไหนและอย่างไร

ระบบสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลก ก็เหมือนระบบอื่นๆ ซึ่งมีความซับซ้อน (Complex) ต้องใช้เวลา และความตั้งใจพอสมควร จึงจะสามารถเข้าใจความซับซ้อนของระบบได้

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นขอแยกระบบบริการสาธารณสุขเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ (1) สถานบริการ (2) ระบบการให้บริการ ซึ่งมีการพัฒนาคู่ขนานกันมาตั้งแต่ต้นคือ ระบบบริการของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งนี้จะขอเน้นที่ระบบบริการภาครัฐเป็นหลัก เพราะเป็นระบบที่เป็นที่พึ่งพาได้ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และโครงการก้าวคนละก้าวของตูนก็มุ่งสนับสนุนภาครัฐเท่านั้น

เริ่มจากเรื่องของสถานบริการ ประเทศไทยมีการพัฒนาสถานบริการภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถแบ่งเป็นช่วงสำคัญๆได้ 4 ช่วง ดังนี้

ช่วงแรก เริ่มจากการสร้าง โรงพยาบาลแห่งแรก คือ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2429 และเปิดบริการได้เมื่อปี 2431 ตามพระบรมราโชบายสร้างความทันสมัยให้แก่ประเทศ ประกอบกับระหว่างก่อสร้าง พระราชโอรสของท่านพระองค์หนึ่งสิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคบิด เมื่อพระชนมายุได้เพียง 1 พรรษา กับ 6 เดือน ทรงเห็นความทุกข์ทรมานของ พระราชโอรสตั้งแต่ประชวรจนสิ้นพระชนม์ ทรงมีลายพระหัตถ์ถึงคณะกรรมการสร้างโรงพยาบาลว่า "แต่ลูกเรา พิทักษ์รักษาเพียงนี้ ยังได้ทุกขเวทนาแสนสาหัส ลูกราษฎรที่อนาถาทั้งปวงจะได้รับความทุกขเวทนายิ่งกว่านี้ปราการใด ยิ่งทำให้มีความปรารถนาที่จะให้มีโรงพยาบาลยิ่งขึ้น ...." โรงพยาบาลรัฐแห่งแรกของประเทศคือโรงพยาบาลศิริราชตามพระนามของพระราชโอรสพระองค์นั้นคือ เจ้าฟ้าชายศิริราชกกุธภัณฑ์

ช่วงแรกนี้ ประเทศไทยยังมีทรัพยากรจำกัด จึงสร้างโรงพยาบาลได้จำนวนไม่มาก

ช่วงที่สอง เป็นช่วงรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งต้องการนำไทยเป็นมหาอำนาจและเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือสร้างสุขภาพของประชาชน จึงตั้งกระทรวงสาธารณสุขขึ้นเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2485 และมุ่งสร้างโรงพยาบาลในระดับจังหวัดขึ้นจนครบทั่วประเทศ

ช่วงที่สาม เป็นช่วงรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ประกาศนโยบายให้มีโรงพยาบาลทุกอำเภอ แต่รัฐบาล พ้นหน้าที่ไปก่อน นโยบายนี้มาทำสำเร็จในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งไม่เพียงสร้างโรงพยาบาลชุมชนจนครบทุกอำเภอเท่านั้น แต่ได้สร้างสถานีอนามัยจนครบทุกตำบล โดยดำเนินการในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ต้องลดค่าเงินบาท และกู้เงินจากไอเอ็มเอฟแต่ พล.อ.เปรม มีนโยบายชัดเจนที่จะกู้เศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งของประเทศโดยลงทุนเรื่องสุขภาพอย่างถูกทิศทาง มุ่งเน้นสร้างโรงพยาบาลและสถานีอนามัยในชุมชนที่ขาดแคลนกว่า โดยชะลอการก่อสร้างโรงพยาบาลในเขตเมืองหลวงและเมืองใหญ่เป็นเวลา 5 ปี

ช่วงที่สี่ เป็นช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ยกฐานะสถานีอนามัย ทั่วประเทศเป็นโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล (รพ.สต.)

การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ประเทศไทยมีสถานบริการของรัฐที่เข้มแข็ง พอสมควรทั่วประเทศ มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่มากมายในเมืองหลวง มี โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไปทุกจังหวัด มีโรงพยาบาลชุมชนทุกอำเภอ และมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพทุกตำบล เป็นที่ยอมรับและยกย่องของนานาประเทศ และองค์การอนามัยโลก

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี