
ข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่โตขึ้น
พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนากรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)ผมได้เคยกล่าวถึงข้อจำกัดที่ทำให้ SMEs ไทยไม่สามารถเติบโตไปเป็นผู้ส่งออกได้ เนื่องจาก "3 ขาด" คือ ขาดข้อมูล ขาดคู่ค้า และขาดความเชื่อมั่น บทความฉบับนี้ผมจะวิเคราะห์ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของผู้ประกอบการไทยในอีกมิติหนึ่งว่าทำไมผู้ประกอบการขนาดเล็กจึงไม่โตขึ้นเป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงการจ้างงาน การส่งออก และ
พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนากรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)
ผมได้เคยกล่าวถึงข้อจำกัดที่ทำให้ SMEs ไทยไม่สามารถเติบโตไปเป็นผู้ส่งออกได้ เนื่องจาก "3 ขาด" คือ ขาดข้อมูล ขาดคู่ค้า และขาดความเชื่อมั่น บทความฉบับนี้ผมจะวิเคราะห์ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของผู้ประกอบการไทยในอีกมิติหนึ่งว่าทำไมผู้ประกอบการขนาดเล็กจึงไม่โตขึ้นเป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงการจ้างงาน การส่งออก และ
การขยายตัวทางเศรษฐกิจอีกมาก อย่างที่หลายท่านทราบกันดีว่า ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่เป็น ผู้ประกอบการ SMEs สอดคล้องกับรายงานของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่ระบุว่าในปี 2559 ผู้ประกอบการ SMEs ไทยมีจำนวนราว 3 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 99.7% จากจำนวนผู้ประกอบการรวม 3.01 ล้านราย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในบรรดาจำนวนผู้ประกอบการ SMEs ทั้งหมดนั้นมีผู้ประกอบการขนาดกลาง (M) เพียง 1.5 หมื่นราย หรือราว 0.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด และหากดูข้อมูลย้อนกลับไปในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าสัดส่วนผู้ประกอบการขนาดกลางต่อผู้ประกอบการรวมของไทยแทบไม่แตกต่างจากระดับปัจจุบัน ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยมีปัญหา "Missing M" หรือผู้ประกอบการขนาดกลางมีสัดส่วนน้อยมาโดยตลอด ซึ่งผมตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ไม่ขยับขึ้นเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางนั้นแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่
1.กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ไม่ต้องการขยายกิจการ เพราะมีความกังวลว่าการยกระดับเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ขึ้นจะมีต้นทุนทางธุรกิจสูงขึ้น โดยเฉพาะการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและการจัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี
จึงทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กบางส่วนไม่พร้อมรับภาระต้นทุนเหล่านี้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการเป็นนิติบุคคลและจัดทำบัญชีให้เป็นมาตรฐาน โดยเฉพาะการจัดทำบัญชีชุดเดียวจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินได้มากขึ้น สะท้อนได้จากสถาบันการเงินหลายแห่งออกแพ็กเกจสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่จัดทำบัญชีเดียวซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมากขึ้น
นอกจากนี้ การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลยังช่วยให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ด้านภาษี เนื่องจากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดอยู่ที่ 20% ต่ำกว่าอัตราภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาซึ่งสูงสุดที่ 35%
2.กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ต้องการขยายกิจการ แต่เผชิญข้อจำกัดในด้านต่างๆ อาทิ ด้านเงินทุน การขยับขึ้นเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ขึ้นต้องใช้เงินทุนเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและยกระดับเทคโนโลยีการผลิต แต่ผู้ประกอบการขนาดเล็กบางรายไม่สามารถขอสินเชื่อได้หรือมีข้อจำกัดด้านหลักประกัน อาทิ มูลค่าหลักประกันไม่เพียงพอตามเงื่อนไขที่ สถาบันการเงินกำหนด
นอกจากนี้ กิจการขนาดเล็กมักเผชิญข้อจำกัดด้านแรงงาน โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนงานบ่อย เนื่องจากแรงงานส่วนหนึ่งเมื่อมีทักษะหรือความชำนาญมากขึ้นมักจะย้ายไปทำงานกับบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ระบบการผลิตสินค้าอาจชะงักงันได้ในบางครั้ง ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตและการพัฒนากิจการให้เติบโต
การยกระดับจากผู้ประกอบการขนาดเล็กเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางนั้นจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศในหลายมิติ อาทิ ด้านจีดีพี ผู้ประกอบการขนาดกลาง 1 กิจการสามารถสร้างมูลค่าจีดีพีได้ราว 117.2 ล้านบาท ขณะที่ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก 1 กิจการสร้างมูลค่าจีดีพีได้ 1.4 ล้านบาท นั่นหมายความว่าผู้ประกอบการขนาดกลาง 1 กิจการ สามารถสร้างมูลค่าจีดีพีได้เท่ากับผู้ประกอบการขนาดเล็กราว 80 กิจการ
ด้านการส่งออก ในกรณีที่ ผู้ประกอบการนั้นเป็นผู้ส่งออก ซึ่ง ผู้ส่งออกขนาดกลาง 1 กิจการ จะสร้างมูลค่าการส่งออกได้ราว 249 ล้านบาท หรือเกือบ 4 เท่าของผู้ส่งออกรายเล็กที่สร้างมูลค่าการส่งออกได้ราว 66 ล้านบาท ขณะที่ด้านการจ้างงาน ผู้ประกอบการขนาดกลาง 1 กิจการ สามารถจ้างแรงงานได้ราว 72 คน ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดเล็ก 1 กิจการ จ้างแรงงานได้ราว 4 คน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วผู้ประกอบการขนาดกลาง 1 กิจการ จึงสามารถจ้างแรงงานได้เท่ากับผู้ประกอบการขนาดเล็กเกือบ 20 กิจการ
นอกจากนี้ การขยับขึ้นเป็น ผู้ประกอบการขนาดกลางยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของกิจการ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้ายิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มแรงดึงดูดแรงงานมีฝีมือให้อยากเข้ามาร่วมงานมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขนาดเล็กนับเป็นกำลังสำคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด ดังนั้นการเสริมความแกร่งให้ ผู้ประกอบการขนาดเล็กก้าวขึ้นเป็น ผู้ประกอบการขนาดกลางเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กเติบโตเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางอย่าง ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน EXIM BANK เองก็มีส่วนร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กให้มีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางได้ ทั้งบริการทางการเงิน อาทิ สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับนิติบุคคลบัญชีเดียว และบริการอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ SMEs อย่างครบวงจรตั้งแต่ผู้ที่เริ่มต้นการส่งออกไปจนถึงผู้ส่งออก แรายกลาง เพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้ประกอบการขนาดกลางให้ทัดเทียมประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ ญี่ปุ่น 15% และแคนาดา 11% เป็นต้น ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางยกระดับขึ้นสู่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ได้อย่างมั่นคงและมั่นใจต่อไป







