posttoday
อยู่ยั้งยืนยง

อยู่ยั้งยืนยง

25 กุมภาพันธ์ 2561

นันทิยา วรเพชรายุทธ ในยุคสมัยผู้นำคนก่อนของจีน หรือในยุคอดีตประธานาธิบดี "หูจิ่นเทา" (2002-2012) เป็นช่วงที่โลกอยู่ในยุคของความสุดโต่ง 2 ขั้ว คือภาวะเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูสุดขีดในยุคฟองสบู่ก่อนปี 2007 และภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกอันเป็นผลมาจากวิกฤตการณ์ซับไพรม์หลังปี 2008 เป็นต้นมา

นันทิยา วรเพชรายุทธ

ในยุคสมัยผู้นำคนก่อนของจีน หรือในยุคอดีตประธานาธิบดี "หูจิ่นเทา" (2002-2012) เป็นช่วงที่โลกอยู่ในยุคของความสุดโต่ง 2 ขั้ว คือภาวะเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูสุดขีดในยุคฟองสบู่ก่อนปี 2007 และภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกอันเป็นผลมาจากวิกฤตการณ์ซับไพรม์หลังปี 2008 เป็นต้นมา

ในช่วงนั้นจีนรับบทบาทเป็นเหมือน "วีรบุรุษขี่ม้าขาว" ที่เป็นผู้นำการใช้มาตรการทางการคลังเข้าพยุงเศรษฐกิจซีกโลกตะวันออก ไม่ให้ถูกกระทบหนักจากวิกฤตซับไพรม์ในตะวันตก นำโดยมาตรการกระตุ้นช็อตใหญ่วงเงิน 4 ล้านล้านหยวน (เกือบ 20 ล้านล้านบาท) ที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลก

ทว่าหลังหมดยุคหูจิ่นเทาเข้าสู่ทศวรรษใหม่ภายใต้การนำของประธานาธิบดี "สีจิ้นผิง" (2013-2023) ซึ่งกำลังจะครบรอบการทำงาน 5 ปีแรกในเดือน มี.ค.นี้ บทบาทของจีนในเวทีโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในหลายด้านทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ

จีนเป็นทั้งระเบิดเวลาหนี้ลูกใหญ่ที่ทำให้ต้องปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจกันครั้งใหญ่ เป็นผู้ประกาศแผน 1 แถบ 1 เส้นทาง (OBOR) ที่หวังครองยุทธศาสตร์โลจิสติกส์โลก และจากคู่ค้ามาเป็นคู่แข่งที่ทำให้ตะวันตกตระหนักถึงความเสี่ยงของจีนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเข้าสู่ "ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล" ที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งครอบครองเทคโนโลยีเพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางการเมือง

เท่าที่ผ่านตาสื่อต่างๆ ก่อนหน้านี้ยังไม่ค่อยมีใครตั้งคำถามถึงความ ต่อเนื่องทางนโยบายของจีนหลังยุค สีจิ้นผิง เพราะเพิ่งทำงานผ่านมาได้เพียง 1 วาระ หรือยังเหลืออีก 5 ปีหลังจากนี้

แต่ล่าสุดนั้น ทางคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ได้เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกข้อจำกัดการเป็นประธานาธิบดีได้เพียง 2 สมัยแล้ว หรือเท่ากับเปิดโอกาสให้สีได้อยู่ในตำแหน่งสูงสุดนานเกิน 10 ปี เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของจีน

เรื่องนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์จนมีการไล่บล็อกไล่เซ็นเซอร์ความเห็นตามโซเชียลมีเดียจีนที่มีการพูดกันหลากหลาย บ้างก็ว่าจีนใกล้จะเหมือนเกาหลีเหนือเข้าไปทุกขณะ ส่วนสื่อตะวันตกก็พาดหัวยกให้สีเป็น "ฮ่องเต้" ของจีนยุคใหม่ไปแล้ว

ในมุมเศรษฐกิจนั้น นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักมองว่านี่คือการปูพื้นฐานจีนไปสู่การเป็นผู้นำโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งต้องใช้การรวมศูนย์อำนาจเบ็ดเสร็จไปสู่การดำเนินนโยบายต่างๆ ให้มีความต่อเนื่อง และทำในหลายมิติควบคู่กันไปพร้อมกัน แม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่ต้องแลกมาเรื่องการตรวจสอบ และการใช้อำนาจอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ก็ตาม

นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร เอเอ็นแซดให้มุมมองกับบลูมเบิร์กว่า เรื่องนี้จะเปลี่ยนแนวนโยบายทางเศรษฐกิจของจีนอย่างสิ้นเชิงตลอดทศวรรษหน้า ทั้งในด้านการเงินและการคลัง โดยการเติบโตของค่าจ้าง เสถียรภาพทางการเงิน หรือแม้แต่เรื่องสิ่งแวดล้อม อาจกลายเป็นเรื่องสำคัญแซงหน้าจีดีพี ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์อีกหลายสำนักยังเห็นตรงกันว่า นี่คือการตอกย้ำถึงความต่อเนื่องทางนโยบายของจีนที่จะเป็นรูปธรรมตามมา n

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69