posttoday
ต้องชี้แจงได้

ต้องชี้แจงได้

25 กุมภาพันธ์ 2561

อาการหนักของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ที่คาดกันว่าจะยืดเยื้อไปอีกหลายปี โดยแม้รัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือก็เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการเหลือประมาณ 12 ช่อง จากทั้งหมดที่รัฐเปิดประมูล 24 ช่อง หรือต้องเลิกกิจการไปครึ่งหนึ่ง ผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว จะทำให้มีคนตกงานมาก ซึ่งที่ผ่านมารัฐออกมาตรการช่วยเหลือในระดับหนึ่งแล้ว หากถ้าจะมีการออกมาตรการมากกว่านี้ตามที่ผู้ประมูลใบอนุญาตช่องเรียกร้อง สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปคงต้องอธิบายให้ส่วนรวมเข้าใจได้

อาการหนักของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ที่คาดกันว่าจะยืดเยื้อไปอีกหลายปี โดยแม้รัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือก็เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการเหลือประมาณ 12 ช่อง จากทั้งหมดที่รัฐเปิดประมูล 24 ช่อง หรือต้องเลิกกิจการไปครึ่งหนึ่ง ผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว จะทำให้มีคนตกงานมาก ซึ่งที่ผ่านมารัฐออกมาตรการช่วยเหลือในระดับหนึ่งแล้ว หากถ้าจะมีการออกมาตรการมากกว่านี้ตามที่ผู้ประมูลใบอนุญาตช่องเรียกร้อง สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปคงต้องอธิบายให้ส่วนรวมเข้าใจได้

ทั้งนี้ เพราะที่ผ่านมาความต้องการเข้ามาลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิทัล มีแรงจูงใจมาจากเม็ดเงินโฆษณาปีละกว่าแสนล้านบาท ที่เดิมแบ่งกันอยู่ 5-6 ช่อง โดยสถานีช่อง 7 กับช่อง 3 ร่วมกันรับเงินไปปีละกว่าครึ่งหนึ่งของแสนล้านบาท พร้อมเชื่อกันว่าแนวโน้มเงินโฆษณาจะโตต่อเนื่องไปเป็นปีละ 1.5 แสนล้านบาท ดังนั้นในการเปิดประมูลช่องทีวีดิจิทัล จึงเรียกร้องให้เปิดช่องจำนวนมากก่อนสรุปที่ 24 ช่อง

ถึงแม้รัฐจะเปิดประมูลมากถึง 24 ช่องแต่ความต้องการยังมากกว่า โดยเห็นได้จากการเคาะราคาประมูลที่มากขึ้นไปถึงกว่าครึ่งเท่าตัว โดยการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลบริการทางธุรกิจระดับชาติ เมื่อเดือน ธ.ค. 2556 มีการเสนอราคารวม 4 ประเภท 50,862 ล้านบาท แบ่งเป็น ประเภทช่องทั่วไปความคมชัดสูง (HD) 7 ใบอนุญาต รวม 2.37 หมื่นล้านบาท ช่องทั่วไปความคมชัดปกติ (SD) 7 ใบอนุญาต รวม 15,950 ล้านบาท ช่องข่าวสารสาระ 7 ใบอนุญาต รวม 9,238 ล้านบาท รวมทั้งช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว 3 ใบอนุญาต รวม 1,974 ล้านบาท

ผู้ประกอบการที่ชนะประมูลใบอนุญาตครั้งนั้นเชื่อช่วงแรก 3-7 ปีจะเป็นการลงทุนเพื่อสร้างจำนวนผู้ชมหรือเรตติ้งให้มากพอที่จะชิงเม็ดเงินโฆษณา และหลังจากนั้นก่อนสิ้นสุดสัญญา 15 ปีจะเป็นช่วงที่ คืนทุนและกำไร แต่จากงบโฆษณาไม่เติบโตตามที่หวังกัน เพราะปัจจัยเช่นเศรษฐกิจไม่เติบโตตามคาด เทคโนโลยีเข้ามาดิสรับทีฟมีช่องทางดูทีวีผ่านแพลตฟอร์มใหม่ พฤติกรรมผู้บริโภคดูทีวีน้อยลง จึงทำให้งบโฆษณาผ่านสื่อรวมและสื่อทีวีดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่เอกชนผู้ชนะประมูลเห็นว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากการที่หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ไม่บริหารการเปลี่ยนผ่านจากทีวีอะนาล็อกไปเป็นทีวีดิจิทัลให้เป็นไปตามแผน ทำให้จำนวนคนดูไม่ทำให้เรตติ้งเพิ่ม เป็นเรื่องร้องเรียนกันอยู่

ผ่านมาถึงปัจจุบัน 3-4 ปีทีวีดิจิทัลจึงอาการหนักมากขึ้นเรื่อยๆ บางรายถึงกับปิดสถานีไม่ออกอากาศจอมืดไป 2 ช่อง และมีเสียงเรียกร้องให้สามารถคืนช่องได้หากไปต่อไม่ไหว หลังจากที่รัฐออกมาตรการช่วยให้มีผู้ถือหุ้นรายใหม่ได้ มีการยืดจ่ายค่าใบอนุญาตเพื่อยืดสภาพคล่องให้ ผู้ประกอบการ แต่แนวโน้มทีวีดิจิทัลก็จะยังลดคนต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหนี้สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ต่างก็จับต่ออุตสาหกรรมนี้มากขึ้นว่าจะเป็นหนี้เสีย

เมื่อเป็นเช่นนี้หากรัฐจะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ประกอบการที่เหลือยังไปต่อได้ มาตรการนั้นคงจะต้องสามารถตอบสังคมส่วนรวมได้ เพราะอย่าลืมว่านอกจากมีเอกชนที่ร้องอยากจะให้ช่วยเหลือ อีกด้านยังมีเอกชนที่ปรับตัวอยู่รอดได้คอยจ้องอยู่เหมือนกัน หากรัฐช่วยอีกฝ่ายหนึ่งมาก ทางนี้ย่อมต้องร้องเรียนกลับแน่ มาตรการที่ออกจึงต้องสมดุลเกิดประโยชน์กับส่วนรวมถึงจะแก้ปัญหาได้ n

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน