
ตลาดหลักทรัพย์ไทย เริ่มใช้ T+2 ยกระดับสู่สากล
เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) + มีโลโก้เดิมสวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกนับเป็นความท้าทายขององค์กรในทุกอุตสาหกรรม จะเห็นได้ว่าเทรนด์หรือกระแสที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะที่ใดในโลก มักจะมีผลต่อที่อื่นว่าเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้าให้ทันกับกระแสนั้น หรือจะหยุดรอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงยิ่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว
เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) + มีโลโก้เดิม
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกนับเป็นความท้าทายขององค์กรในทุกอุตสาหกรรม จะเห็นได้ว่าเทรนด์หรือกระแสที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะที่ใดในโลก มักจะมีผลต่อที่อื่นว่าเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้าให้ทันกับกระแสนั้น หรือจะหยุดรอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงยิ่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ยกตัวอย่างในด้านการลงทุนยุคดิจิทัลในรูปแบบเงินดิจิทัล ที่แม้ว่าจะยังเป็นเรื่องใหม่ของทุกฝ่าย แต่เงินดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ และหน่วยงานกำกับของหลายประเทศก็ทยอย ออกมาปรับกฎเกณฑ์เพื่อดูแลผู้ลงทุน ด้านผู้ลงทุนเองเมื่อมีผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ เพื่อการลงทุนสร้างผลตอบแทน ก็ควรจะศึกษาข้อมูลความเสี่ยงและลักษณะสินค้าอย่างรอบคอบ
ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์เอง ได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถของตลาดทุนไทยให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงในกระแสโลก เพื่อสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เรามีการศึกษาว่าตลาดทุนชั้นนำของโลกแต่ละแห่ง เขาทำงานกันอย่างไร ระบบกระบวนการมีอะไรที่น่าจะนำมาปรับใช้กับเรา หรือมีอะไรที่น่าเรียนรู้ เพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง ใน วันศุกร์ที่ 2 มี.ค.นี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดทุนบ้านเรา คือ ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการเปลี่ยนระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์จาก 3 วันทำการ (T+3) เป็น 2 วันทำการ (T+2) เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลก
สำหรับตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย ก็มีตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งที่เปลี่ยนเป็น T+2 แล้ว เช่น ฮ่องกง เกาหลี อินเดีย ไต้หวัน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ที่ประกาศออกมาแล้วว่าอยู่ระหว่างปรับเป็น T+2 ได้แก่ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เมื่อทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกเป็นเช่นนี้ ตลาดหลักทรัพย์ไทยจึงไม่ลังเลที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ลงทุนและอุตสาหกรรมทุกภาคส่วน นับเป็นการยกระดับมาตรฐานระบบการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำทั่วโลก
การปรับรอบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์นี้ ถือว่าผู้ร่วมอุตสาหกรรมตลาดทุนทั้งหมดต้องมีส่วนร่วมปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นโบรกเกอร์ หรือคัสโตเดียน ก็ต้องปรับกระบวนการให้เร็วขึ้น ซึ่งเมื่อเริ่มใช้ T+2 แล้ว ผู้ลงทุนก็จะได้รับเงินและหุ้นเร็วขึ้นอีก 1 วัน เพิ่มโอกาสในการนำเงินไปลงทุนต่อได้เร็วขึ้น
สำหรับกำหนดการเริ่มใช้ T+2 คือวันศุกร์ที่ 2 มี.ค.นี้ โดยวันที่จะทำการชำระราคาคือวันอังคารที่ 6 มี.ค. 2561 ขณะเดียวกันผู้ลงทุนที่ซื้อขายหุ้นวันพุธที่ 28 ก.พ. 2561 ซึ่งยังใช้เกณฑ์ T+3 ก็จะทำการชำระราคาในวันอังคารที่ 6 มี.ค. 2561 เช่นเดียวกัน ดังนั้นวันที่ 6 มี.ค. 2561 จึงเรียกว่าเป็นวัน Double Settlement Date ค่ะ
การก้าวสู่ T+2 เป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมร่วมกันเตรียมความพร้อมมาอย่างดี ตลาดหลักทรัพย์ทำงานอย่างใกล้ชิด กับทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ก.ล.ต. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บริษัทหลักทรัพย์ คัสโตเดียน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และธนาคารพาณิชย์ มีการทดสอบระบบทั้งแบบ กลุ่มย่อยและทั้งอุตสาหกรรมหลายครั้ง และซักซ้อมทำความเข้าใจกับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ตลาดทุนไทยพร้อมก้าวสู่ T+2 ซึ่งเชื่อมั่นว่า T+2 จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วน ลดความเสี่ยงด้านการ ส่งมอบหลักทรัพย์ของอุตสาหกรรม พร้อมทั้งลดต้นทุน และช่วยให้ผู้ลงทุนบริหารพอร์ตการลงทุนระหว่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น







