เฟดแง้มเร่งขึ้นดอกเบี้ย
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมสมาชิกคณะกรรมการการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ระหว่างวันที่ 30-31 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นหลังการปรับลดภาษี รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ปรับเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ทำให้สมาชิกเอฟโอเอ็มซีเกือบทุกคนเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับขึ้นไปถึงเป้าหมายของเฟดที่ 2% ได้ภายในระยะกลางนี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 3 ครั้งในปีนี้
ยอดมือถือใหม่ร่วงครั้งแรก 13 ปี
การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกเมื่อไตรมาส 4 ปี 2017 ปรับตัวลง 5.6% ลดลงครั้งแรกตั้งแต่ปี 2004 โดยการปรับตัวลดลงดังกล่าวเกิดจากผู้ใช้โทรศัพท์แบบดั้งเดิมหันมาใช้สมาร์ทโฟนน้อยลง หลังตลาดขาดสมาร์ทโฟนคุณภาพดีในราคาถูก
สำหรับสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกยังคงเป็นซัมซุง ซึ่งมียอดขายปรับลดลง 3.6% ขณะที่ยอดขายไอโฟนของแอปเปิ้ล อิงค์ ปรับลง 5%
‘ทรัมป์’ หันหนุนคุมเข้มปืน
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ มีคำสั่งให้กระทรวงยุติธรรมร่างกฎหมายให้คานเหวี่ยงปืน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ปรับแต่งปืนกึ่งอัตโนมัติให้สามารถยิงได้รุนแรงเทียบเท่าปืนอัตโนมัติ มีสถานะเดียวกับปืนกล ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถค้าขายอุปกรณ์ดังกล่าวได้อย่างถูกกฎหมาย
คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสกดดันการควบคุมปืน หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมาร์ จอรีย์ สโตนแมน ดักลาส ของรัฐฟลอริดา ซึ่งนับเป็นเหตุกราดยิงในรั้วโรงเรียนครั้งที่ 18 ของประเทศนับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2018
GM โสมหยุดขึ้นเงินเดือน งดโบนัส 3 แสนบาท
รอยเตอร์สรายงานอ้างจดหมายภายในของจีเอ็ม โคเรีย บริษัทลูกในเกาหลีใต้ของเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ค่ายรถจากสหรัฐว่า พนักงานจีเอ็ม โคเรียจะไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนและโบนัสประจำปี ซึ่งจีเอ็มจะจ่ายให้พนักงานคนละราว 10 ล้านวอน (ราว 2.9 แสนบาท) ในทุกปี เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนของบริษัทราว 3 แสนล้านวอน (ราว 8,760 ล้านบาท)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจีเอ็มประกาศปิดโรงงานในเกาหลีใต้ ซึ่งกระทบการจ้างงานราว 2,000 อัตรา โดยผู้บริหารจีเอ็มมองว่าค่าแรงสูง และสหภาพแรงงานที่ไม่ยอมประนีประนอม เป็นปัจจัยลบต่อการทำธุรกิจในเกาหลีใต้
หุ้นโลกจ่ายปันผลทุบสถิติ
บริษัทจัดการการลงทุน ยานุส แอนเดอร์สัน เปิดเผยว่า มูลค่าเงินปันผลในตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อปี 2017 พุ่งขึ้น 7.7% ไปแตะระดับสูงสุดทุบสถิติใหม่ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 40 ล้านล้านบาท) จากปัจจัยสภาพเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวแกร่งและทำให้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น
รายงานระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นระดับที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งสะท้อนภาพรวมที่ดีขึ้นในทุกภูมิภาคและในเกือบทุกอุตสาหกรรม โดยในจำนวนนี้มี 11 ประเทศที่ให้ตัวเลขเงินปันผลสูงสุดทุบสถิติใหม่ รวมถึงสหรัฐ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง และไต้หวัน
ทั้งนี้ บริษัท รอยัล ดัตช์ เชลล์ ยังคงครองแชมป์จ่ายเงินปันผลมากที่สุด ตามด้วยไชน่า โมบาย และเอ็กซอน โมบิล โดย 20 บริษัทแรกที่จ่ายปันผลสูงสุดนั้นคิดเป็นสัดส่วน 15.7% ของโลก ขณะที่เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นสูงสุด 18.8% อยู่ที่ 1.39 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.38 ล้านล้านบาท)
ผู้นำโลกสุมไฟความเกลียดชัง
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี 2016-2017 ซึ่งรวบรวมและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนใน 159 ประเทศทั่วโลก ว่า ผู้เคราะห์ร้ายหลายล้านคนทั่วโลกต่างตกเป็นเหยื่อของกลยุทธ์การเมืองที่แพร่กระจายความเกลียดชังของบรรดาผู้นำทั่วโลก จนส่งผลให้เกิดแนวคิดแบ่งแยกชนกลุ่มน้อยทั่วโลก พร้อมกล่าวโจมตีวิธีการรับมือปัญหาด้านผู้อพยพของผู้นำประเทศทั่วโลก รวมถึงวิจารณ์ประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ว่าเผยแพร่ความเกลียดชังผ่านนโยบายของประเทศ