posttoday
คุณสมบัติชาวพุทธ เพื่อการรักษาพระศาสนา (1)

คุณสมบัติชาวพุทธ เพื่อการรักษาพระศาสนา (1)

25 กุมภาพันธ์ 2561

พระพุทธศาสนามีบทบาทเคียงคู่มากับสังคมไทยเป็นเวลาช้านาน จนกล่าวได้ว่าพระพุทธศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

โดย - น.อ.ทองย้อย แสงสินชัยภาพ - วรธาร ทัดแก้ว

พระพุทธศาสนามีบทบาทเคียงคู่มากับสังคมไทยเป็นเวลาช้านาน จนกล่าวได้ว่าพระพุทธศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

เวลานี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระพุทธศาสนากำลังมีภัย ทั้งภัยที่เกิดจากภายในพระพุทธศาสนา คือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องของชาวพุทธเอง และภัยที่แฝงมาจากต่างศาสนา

สิ่งที่ผู้ทำหน้าที่รักษาพระพุทธศาสนาควรจะต้องทำความเข้าใจให้ชัดก็คือ 1.ความเป็นจริง 2.สิ่งที่จะต้องทำ

เบื้องต้นต้องเข้าใจความเป็นจริงของตัวชาวพุทธเอง-โดยเฉพาะชาวพุทธในเมืองไทย

ในการรักษาพระศาสนา ที่ผ่านมาเรามักจะฝากความหวังไว้ที่คนนั้นคนนี้คนโน้น นั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง!

คนที่เราจะฝากความหวังได้แน่ๆ มีคนเดียวเท่านั้น-คือตัวเราเอง

ความผิดพลาดอย่างยิ่งใหญ่ของชาวพุทธในประเทศไทยก็คือ เมื่อมีกรณีอันใดเกิดขึ้น เราจะคิดทันทีว่าไม่ใช่เรื่องของเรา แต่เป็นเรื่องของใครคนนั้นคนโน้นเขา

ยกตัวอย่างกรณีท่านอาจารย์บรรจบ บรรณรุจิ เคยแถลงว่ามีแนวคิดจะตั้งกองทุน "พุทธวิชัย" เพื่อดำเนินการให้บรรจุข้อความว่า "พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ไว้ในรัฐธรรมนูญ

ทุกคนก็จะประทับตราลงไปทันทีว่า-"เป็นเรื่องของอาจารย์บรรจบ"

หรือกรณีที่ น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย เสนอให้คณะสงฆ์ตั้งกองวิชาการพระพุทธศาสนา เพื่อศึกษาและวินิจฉัยปัญหาทั้งปวงเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เช่น การปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัย ทำอย่างนั้นผิดหรือไม่ ทำอย่างนี้ถูกหรือไม่ วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องคืออย่างไร ฯลฯ

ทุกคนก็จะประทับตราทันทีว่า-"เป็นเรื่องของ น.อ.ทองย้อย"

คุณสมบัติชาวพุทธ เพื่อการรักษาพระศาสนา (1)

หรือใครจะเสนอโครงการอะไรขึ้นมาอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีงามเป็นประโยชน์แก่การศึกษาและปฏิบัติธรรม เป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนา ชาวพุทธทั้งหลายก็จะพากันมองว่าเป็นเรื่องของคนคนนั้นคนเดียว ไม่เกี่ยวกับข้าพเจ้า

ไม่มีใครเลยที่จะรู้สึกว่า-นี่เป็นเรื่องของข้าพเจ้าด้วย เรื่องนี้ข้าพเจ้าจะต้องทุ่มเทและรับผิดชอบในฐานะเป็นเจ้าภาพเต็มๆ ด้วยคนหนึ่ง ซึ่งหมายถึง-อาจจะต้องทำไปตามลำพังคนเดียวด้วย

เพราะฉะนั้นต้องกลับตัวกันใหม่ ต้องปรับความคิดใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ต้องบอกตัวเองตั้งแต่เดี๋ยวนี้ว่า ทุกเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเป็นหน้าที่โดยตรงของข้าพเจ้า

ถ้ายังไม่มีความรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าโดยตรง ก็อย่ามาบอกว่าฉันเป็นชาวพุทธ!

เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น ใครอื่นจะทำอะไรก็ทำไป แต่ข้าพเจ้าจะไม่ฝากความหวังไว้กับเขาหรือกับใครทั้งสิ้น บุคคลคนเดียวที่ข้าพเจ้าจะฝากความหวังได้ก็คือ-ตัวข้าพเจ้าเอง

เพื่องานพระศาสนา ข้าพเจ้าพร้อมจะร่วมมือกับใครอื่นทุกคน แต่ข้าพเจ้าจะไม่นั่งรอให้ใครอื่นเป็นคนทำ ส่วนข้าพเจ้าเป็นคนดู (แล้วก็เอาแต่ตำหนิคนนั้นคนนี้คนโน้นอย่างสนุกปาก เช่นว่า-มันน่าจะทำอย่างนั้น มันน่าจะทำอย่างโน้น)

แต่ข้าพเจ้านี่แหละจะลงมือทำในส่วนที่อยู่ตรงหน้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่เป็นเหมือนคนสั่งอาหารแล้วไม่ทำอะไร นอกจากนั่งรอกิน!!

แต่ข้าพเจ้าจะลงมือทำอาหารให้ตัวเองด้วย และพร้อมที่จะทำให้คนอื่นได้กินด้วย-ถ้าทำได้

เรื่องสำคัญอย่างยิ่งเรื่องหนึ่งที่จะต้องทำใจให้รับรู้ความจริงก็คือ ชาวพุทธในเมืองไทยส่วนมาก หรือจะพูดว่าทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ถูกครอบงำด้วยลัทธิบูชาอาจารย์ ติดอาจารย์ ติดสำนัก

ชาวพุทธในเมืองไทยไม่ได้นับถือพระพุทธเจ้าเป็นศูนย์รวมใจสูงสุดเพียงพระองค์เดียว เหมือนกับที่ชาวคริสต์หรือมุสลิมนับถือพระเจ้าสูงสุดพระองค์เดียว แต่ชาวพุทธในเมืองไทยนับถืออาจารย์ของตน หรืออาจารย์ของใครก็ได้ และนับถือยิ่งกว่าหรือเหนือกว่าพระพุทธเจ้า

อาจารย์หรือสำนักในเมืองไทยมีมากเท่าไร ชาวพุทธในเมืองไทยก็แบ่งแยกกันมากเท่านั้น ลัทธิบูชาอาจารย์จึงเป็นกำแพงกั้นชาวพุทธในเมืองไทยไว้เป็นก๊กเป็นเหล่าโดยไม่รู้สึกตัว

เพราะเราไม่ได้ยึดถือพระพุทธเจ้าเป็นศูนย์รวมใจสูงสุดร่วมกัน แต่ยึดถืออาจารย์เป็นศูนย์รวมใจของใครของมัน เราจึงหาเอกภาพไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

คุณสมบัติชาวพุทธ เพื่อการรักษาพระศาสนา (1)

การบอกให้ปล่อยอาจารย์ยากเพียงใด การบอกให้ยึดถือพระพุทธเจ้าเป็นศูนย์รวมใจสูงสุดร่วมกันก็ยากเพียงนั้น เพราะฉะนั้นก็ต้องไม่เพ้อฝันไปว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้ชาวพุทธในเมืองไทยจะมีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียวกัน

เหตุการณ์ในอดีตและที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันเป็นประจักษ์พยานยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวลาเกิดภัยขึ้นแก่พระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหนและใน รูปแบบอย่างไร จะหาคนที่มีใจเจ็บร้อนร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ได้เลย

ใครเจ็บร้อนก็เชิญเจ็บไป ใครอยู่ใกล้เหตุการณ์ก็เชิญรับเหตุการณ์นั้นไป ข้าพเจ้าไม่เกี่ยว ไม่ใช่เรื่องของข้าพเจ้า ไม่ใช่เรื่องอาจารย์ของข้าพเจ้า และไม่เกี่ยวกับสำนักของข้าพเจ้า

นอกจากมีมือที่ไม่ช่วยพายเป็นอันมากแล้ว ยังมีเท้าที่ราน้ำอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ กรณีนั้นๆ ไม่ใช่น้อยเช่นกัน จึงขอให้ตระหนักและยอมรับในความเป็นจริงข้อนี้ไว้ให้จงมาก

อย่างไรก็ตาม การยอมรับความจริงไม่ได้หมายความว่าให้ยอมจำนนด้วย เหมือนยอมรับว่าเกิดมาแล้วต้องตายแน่ ไม่ได้แปลว่าให้นอนรอความตายโดยไม่ต้องทำอะไร

เพราะฉะนั้นต้องคิดหาวิธีทำให้ชาวพุทธในเมืองไทยมีพระพุทธเจ้าเป็นศูนย์รวมใจสูงสุดร่วมกันให้จงได้ไว้เสมอ บอกให้ชาวพุทธนับถือบูชาอาจารย์ต่อไป แต่ขอให้มีพระพุทธเจ้าเป็นศูนย์รวมใจสูงสุดร่วมกัน

ไม่ใช่สูงสุดอยู่ที่อาจารย์ใครอาจารย์มัน สำนักใครสำนักมัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท