posttoday
ถือกฎกติกาคือคุณธรรมหลักของสังคม

ถือกฎกติกาคือคุณธรรมหลักของสังคม

25 กุมภาพันธ์ 2561

ปลายปี ค.ศ. 2010 ที่ชานเมืองรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา จีน คลานิค (Gene Cranick)

ปลายปี ค.ศ. 2010 ที่ชานเมืองรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา จีน คลานิค (Gene Cranick) เผาขยะอยู่ในบริเวณบ้าน ไม่รู้อีท่าไหน ไฟดันลามไปติดบ้านไม้หลังย่อมที่เขาอาศัยอยู่ ซึ่งก็แน่นอนว่า...ไฟไหม้!

สิ่งที่คลานิคทำก็คือเรียกหน่วยดับเพลิงมาอย่างไม่ต้องสงสัย หน่วยดับเพลิงรับเรื่องไว้ แต่แจ้งกับคลานิคว่า "เสียใจด้วย เราดับเพลิงให้ไม่ได้" เหตุผลเพราะว่าคลานิคไม่ได้จ่ายค่าบริการดับเพลิงรายปี

เรื่องแบบนี้สำหรับชาวไทยคงเป็นเรื่องน่าตกใจ แต่ในโลกกว้างหลายที่ บริการสาธารณะเช่นนี้ หากไม่จ่ายค่ารายปีก็หมดสิทธิใช้บริการ

เพราะเขตที่คลานิคอาศัยอยู่เป็นเพียงเขตเล็กๆ ไม่มี งบประมาณจัดตั้งหน่วยดับเพลิงได้ ต้องอาศัยหน่วยดับเพลิง จากเขตข้างเคียง โดยบ้านแต่ละหลังต้องจ่ายค่าบริการรายปี ใครไม่จ่ายก็ไม่มีสิทธิรับบริการดับเพลิง

ในปีนั้นเองคลานิคไม่ได้จ่ายค่ารายปีมูลค่า 75 ดอลลาร์

แน่นอนว่าคลานิคไม่นิ่งเฉยต่อหน้ากองไฟที่ลุกโหม เขา ต่อรองกับหน่วยดับเพลิงว่า "ช่วยดับเพลิงให้ก่อนเถอะ จะให้จ่ายค่าบริการชดเชยอีกเท่าไหร่ก็ยอม" คลานิคออกตัวว่าเรื่องค่ารายปี ตนเองจ่ายมาตลอด มีเพียงปีนี้เท่านั้นที่ลืมจ่าย แต่หัวหน้าหน่วยดับเพลิงยืนยันหนักแน่น ปฏิเสธการดับเพลิง

ที่จริงหน่วยดับเพลิงไม่ได้นิ่งเฉย และก็นำรถดับเพลิงมาถึงบ้านของคลานิค เพียงแต่ว่าคอยมาฉีดน้ำสกัดกันไม่ให้ไฟไหม้ลามไปบ้านข้างๆ เท่านั้น เพราะว่าบ้านข้างๆ จ่ายค่ารายปีแล้ว

คลานิคได้แต่ยืนมองบ้านตัวเองมอดไหม้ไปกลายเป็นตอตะโกภายในระยะเวลาเป็นชั่วโมง โดยมีหน่วยดับเพลิงเกือบ 10 คนที่ร่วมยืนมองเฉยๆ อยู่เคียงข้าง

ครอบครัวคลานิคกล่าวว่าพวกเขาไม่ดราม่าโทษพนักงาน ดับเพลิง เพราะรู้ดีว่าพวกเขาต้องทำตามคำสั่ง แต่ขอต่อว่าหัวหน้าหน่วยดับเพลิงว่าไม่น่าโหดร้ายขนาดนี้

เหตุการณ์นี้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลายด้าน "#ทีมคลานิค" วิจารณ์ว่าหน่วยดับเพลิงไร้มนุษยธรรม ก็แค่ดับก่อนชาร์จทีหลังไม่น่ามีปัญหา แถมรถดับเพลิงก็มาถึงที่แล้ว แค่หันสาย ดับเพลิงไปอีกฝั่งก็ช่วยให้บ้านคลานิครอดได้ ต้นทุนไม่ต่างกันเท่าไหร่ จะมาคิดเล็กคิดน้อยจนฝังใจอะไรกับเงินแค่ 75 ดอลลาร์

หากหน่วยดับเพลิงคำนึงถึงมนุษยธรรม ไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องเงิน ทุกอย่างจะ Happy Ending จริงหรือ?

"#ทีมหน่วยดับเพลิง" ว่า หากเพื่อนบ้านเห็นว่าคลานิค ไม่จ่ายค่ารายปีแล้วยังมีสิทธิได้รับบริการ เมื่อถึงเวลาไฟไหม้ค่อยจ่ายเงินก้อนก็พอ ก็เป็นไปได้ที่จะเริ่มมีคนกลุ่มหนึ่งไม่จ่าย และคนกลุ่มนั้นจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนไม่ยอมจ่ายกันหมด เพราะใครๆ ก็ดีดลูกคิดว่า ถ้าโชคดีไม่มีไฟไหม้ก็ไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งนั้น ยิ่งปีไหนปลอดภัยไม่มีเหตุไฟไหม้ หน่วยดับเพลิงก็จะไม่มีเงินไว้ใช้เลี้ยงชีพ ฝึกฝน บำรุงรักษาอุปกรณ์ สุดท้ายจะต้องยุบกิจการจนไม่มีหน่วยงานชำนาญการใดๆ เหลือไว้ช่วยตอนเพลิงไหม้อีกเลย

แหม่ คิดเองเออเองกันมากไปไหม ใครจะไปทำตัวเลวร้ายกันทั้งเมือง

4-5 ปีก่อนหน้านั้น ที่เมืองฟานเจียถุน มณฑลจี๋หลิน เนื่องจากเป็นเมืองเล็กๆ จึงไม่มีหน่วยดับเพลิงเช่นกัน คนกลุ่มหนึ่งใน เมืองจึงรวมตัวก่อตั้งหน่วยดับเพลิงทันสมัยของเมืองขึ้นมาเอง หน่วยงานนี้ย่อมต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งคาดคะเนเอาไว้ว่า แค่แต่ละบ้านยอมจ่ายเพียงปีละ 1 หยวนต่อสมาชิกในบ้าน 1 หัว ก็น่าจะเพียงพอที่จะให้หน่วยดับเพลิงแห่งฟานเจียถุนทำงานได้

ราคาย่อมเยากว่าที่เทนเนสซีเยอะเลย

วิธีคิดชัดเจนและรอบคอบพอตัว แต่ที่ไหนได้ คนจำนวนหนึ่งกลับคิดว่าโอกาสที่ไฟจะไหม้บ้านได้มีนิดเดียว แม้จะเป็นแค่คนละหยวนก็ไม่ยอมจ่าย

หน่วยนี้มีคุณธรรมสมเป็นลูกหลานแดนมังกร หลายครั้งที่เกิดไฟไหม้ แม้บ้านที่เกิดเหตุจะไม่ได้จ่ายค่ารายปี หน่วยดับเพลิงก็หาเพิกเฉยไม่ อุปกรณ์ก็มีแล้ว คนเดือดร้อนก็อยู่ตรงหน้า ไม่ช่วยกันก็ใจดำเกินไป

ผลเป็นไปตามคาด เมื่อคนเห็นว่าไม่จ่ายรายปีก็มีสิทธิรับบริการดับเพลิง เลยเหลือคนยอมจ่ายกระจึ๋งเดียว

หน่วยดับเพลิงแห่งฟานเจียถุนจึงต้องพบวิกฤต ในหนึ่งปีขาดทุนหลายหมื่นหยวน สุดท้ายไม่มีแม้แต่เงินเติมน้ำมันรถ ดับเพลิง จำต้องใช้นโยบาย "ใครไม่จ่ายรายปี ก็ไม่ดับเพลิงให้"

เรื่องนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวจีนเช่นกัน และย่อมหลีกหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องมนุษยธรรม คุณธรรม

แต่อย่างไรหน่วยดับเพลิงแห่งเมืองฟานเจียถุนก็ทำให้เห็นแล้วว่าหากอ้างความเห็นอกเห็นใจเฉพาะหน้า จะพบกับความเสียหายในภาพรวมมากกว่าเดิม ซึ่งก็คือหน่วยดับเพลิงล้มละลาย และจะไม่มีใครได้รับบริการดับเพลิงได้อีกเลย

เรื่องคลานิคเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ไม่รู้ว่าข่าวท้องถิ่นจะนำปัจจัยความดีความเลวส่วนตัว เช่น บุคลิกที่ไม่เกรี้ยวกราดของคลานิค หรือนิสัยเข้มงวดของหัวหน้าหน่วยดับเพลิงมาตีข่าวแบ่งทีมแบ่งฝ่ายกันหรือไม่อย่างไร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าความดีความร้ายของฝ่ายใดก็ล้วนไม่จีรัง

ที่จีรังยั่งยืนคือกลไกที่จะทำให้หน่วยดับเพลิงอยู่ได้ และส่วนรวมมีโอกาสได้อุ่นใจ (เพราะยังคงมีหน่วยดับเพลิงไว้ใช้)

ปัญหาฝั่งบ้านเมืองของคลานิค ที่ไม่ได้ติดอยู่ที่ความโกรธแค้นเฉพาะหน้า จึงนำไปสู่คำถามของสังคมว่า อะไรคือสิทธิพื้นฐานของพลเมืองที่ควรจะได้รับจากรัฐ และนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรมาดูแลหน่วยดับเพลิงในระดับเขต

ปัญหาฝั่งเมืองฟานเจียถุน ก็ทำให้เกิดการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ ซึ่งเผื่อไว้ในกรณีมีบางบ้านไม่ยอมจ่าย โดยคิดค่าธรรมเนียมรายปี 2-3 หยวน/หัว/ปี ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ในเขตชนบทหรือเขตเมือง (เมืองซึ่งหนาแน่นและไฟมีโอกาสลามมากกว่าต้องจ่ายมากกว่าหน่อย)

ส่วนในบ้านเมืองที่อาศัยสตอรี่มาหล่อเลี้ยงอารมณ์พลเมือง คลานิคอาจถูกแฉโดย "#ทีมหน่วยดับเพลิง" ว่าเขาแค่ทำแบ๊วอ้างว่าลืมจ่ายเท่านั้น หรือข่าวลือว่าหัวหน้าหน่วยดับเพลิงฟานเจียถุนไม่มีใครคบจาก "#ทีมชาวเมืองฟานเจียถุน" เป็นต้น โดยสตอรี่พวกนี้ได้แต่หล่อเลี้ยงความเกรี้ยวกราดแกมบันเทิงของชาวเมือง

ท่ามกลางคำว่าดี เลว หรือคุณธรรม กลับดูเหมือนว่าในสังคมใหญ่การทำตามกติกาคือคุณธรรมที่เหนือกว่าคุณสมบัติส่วนตัวใดๆ เพราะการรักษากติกามีแนวโน้มทำให้ผู้คนทั้งสังคมได้ประโยชน์ที่ยืนยาวกว่า

หลายคนคงเชื่อมโยงว่ากติกาและกฎหมายเข้ากับการผดุงคุณธรรม ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ป้องปรามคนชั่ว ด้วยวิธีคิดแบบนี้ เมื่อเกิดเหตุขึ้นกับใครย่อมเริ่มจากการตัดสินดูว่าใครดีใครเลวกว่ากันก่อน ซึ่งกรณีนี้ก็คือหน่วยงานดับเพลิงโหดร้าย เห็นความสูญเสียต่อหน้าแต่นิ่งเฉย

ใครที่คิดแบบนี้ก็ไม่ผิดเช่นกัน แต่จะต้องไม่ยึดติดอยู่แค่ความดีความร้ายส่วนบุคคล จึงจะนำไปสู่การทำความเข้าใจและปรับกติกาเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน เพราะกติกาในสังคมก็ใช่จะสมบูรณ์แบบตั้งแต่แรก

แต่กติกาจะสมบูรณ์มากขึ้นและตอบโจทย์สังคมมากขึ้นได้อย่างไร ถ้ากติกาไม่เคยถูกบังคับใช้อย่างกระชับและแข็งขัน

เช่น หากคลานิคได้รับความช่วยเหลือเฉพาะหน้าด้วยวิธีละเลยกติกา ความไม่น่าพึงพอใจในกติกาย่อมถูกกลบเกลื่อนให้เลือนไป ความไม่สมบูรณ์ของกติกาก็มีสิทธิถูกหมักหมม จนหน่วยดับเพลิงต้องล้มละลายไป หรือไม่ก็ต้องเลือกปฏิบัติให้กับคนที่มีเงินจ่ายค่าดับเพลิงเฉพาะหน้างามๆ (แต่ไม่เคยคิดจ่ายค่ารายปีเลย) กลายเป็นปัญหาเลือกปฏิบัติ ความไม่เท่าเทียมทางชนชั้น เป็นปัญหารายบุคคลพอกพูนและวนลูปต่อไปอีก

การทำตามกฎที่ตั้งไว้จึงเป็นกลไกสำคัญของสังคมใหญ่ และถ้าจะทำให้กฎกติกาค่อยๆ ถูกขัดเกลาจนลงตัว ก็ต้องมองข้ามความดีความร้ายเฉพาะหน้า และทดลองใช้กติกาอย่างเคร่งครัดดูเท่านั้น แล้วค่อยปรับค่อยหากติกาที่เหมาะสมกันต่อไป

สังคมที่มีช่องว่างให้กติกา จึงไม่เคยพัฒนากติกาที่สมเหตุสมผลออกมาได้เลย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน