
สหรัฐบี้โสมแดงขั้นเด็ดขาด
สหรัฐคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ขั้นรุนแรงที่สุด ด้านทรัมป์เผยหากไม่ได้ผลอาจมีมาตรการระลอก 2
สหรัฐคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ขั้นรุนแรงที่สุด ด้านทรัมป์เผยหากไม่ได้ผลอาจมีมาตรการระลอก 2
รัฐบาลสหรัฐประกาศมาตรการ คว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ซึ่งรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยประกาศมาเมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมา ครอบคลุม 27 องค์กร เรือ ส่งสินค้า 28 ลำ และบุคคลอีก 1 ราย เพื่อหวังตัดช่องทางสร้างรายได้ของเกาหลีเหนือ และบีบให้รัฐบาลเปียงยางยอมยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในที่สุด
"วันนี้ เราได้ประกาศมาตรการ คว่ำบาตรกับประเทศหนึ่งซึ่งรุนแรง ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หากมาตรการครั้งนี้ ไม่ได้ผล เราคงต้องไปต่อยังขั้นที่ 2 ซึ่งอาจหนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง และจะเป็น โชคร้ายต่อโลกอย่างมาก แต่ผมหวังว่ามาตรการคว่ำบาตรล่าสุดจะประสบผล" ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า มาตรการรอบใหม่มุ่งสกัดเกาหลีเหนือในการจำหน่ายและขนส่งสินค้ากับบริษัทชิปปิ้งและบริษัทพลังงานจำนวนมากในจีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ อีกทั้งยังขยายขอบเขตไปยังเรือสินค้าที่ทำการค้ากับเกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน ซึ่งมีตำแหน่งที่อยู่หรือจดทะเบียนในหลายประเทศ ที่รวมถึงจีน ไต้หวัน สิงคโปร์ หมู่เกาะมาร์แชลล์ และปานามา
ด้าน สตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า มาตรการใหม่จะช่วยป้องกันการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่ ห้ามเกาหลีเหนือจำหน่ายถ่านหินและเชื้อเพลิงอื่นๆ ให้ต่างชาติ โดยรอยเตอร์ส รายงานว่า เกาหลีเหนือลักลอบขายถ่านหินไปยังรัสเซียเมื่อปี 2017 แล้วส่งสินค้าดังกล่าวต่อไปยังเกาหลีใต้และ ญี่ปุ่น
มนูชินเสริมว่า นับตั้งแต่ปี 2005 สหรัฐประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรกับเกาหลีเหนือแล้ว 450 ครั้ง และมาตรการคว่ำบาตรราวครึ่งหนึ่งจากจำนวนดังกล่าว ประกาศใช้เมื่อปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ รอยเตอร์สรายงานว่า สหรัฐยังเสนอรายชื่อองค์กรเพิ่มเติม เพื่อขึ้นบัญชีดำภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ของยูเอ็นเอสซี เพื่อกวาดล้างการลักลอบขนส่งน้ำมันและขายถ่านหินทางทะเลของเกาหลีเหนือ
"เรากำลังเร่งเพิ่มการกดดันเกาหลี เหนือ และเราจะใช้ทุกวิถีทางที่รวมถึงการร่วมมือกับชาติพันธมิตร และผ่านสหประชาชาติ เพื่อให้เกาหลีเหนือ หันหลังให้การพัฒนานิวเคลียร์" นิกกี ฮาร์ลีย์ ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าว
ขณะเดียวกัน รอยเตอร์สรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวนมากของสหรัฐว่า รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเจรจากับชาติพันธมิตร ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ในการขยายการลาดตระเวนน่านน้ำ และเพิ่มจำนวนหน่วยงานยามชายฝั่งเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ติดตาม และเข้ายึดเรือต้องสงสัยลักลอบส่งสินค้าให้เกาหลีเหนือ ซึ่งฝ่าฝืนมติคว่ำบาตรของยูเอ็น n







