
เอฟทีเอพุ่ง6หมื่นล้าน
พาณิชย์เผยยอดใช้สิทธิเอฟทีเอปี 2560 พุ่ง 6 หมื่นล้านดอลลาร์ อาเซียนสูงสุด
พาณิชย์เผยยอดใช้สิทธิเอฟทีเอปี 2560 พุ่ง 6 หมื่นล้านดอลลาร์ อาเซียนสูงสุด
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยทำเอฟทีเอ (FTA) กับประเทศคู่ค้าต่างๆ ครอบคลุมทั้งในทวีปเอเชีย โอเชียเนีย และอเมริกาใต้ รวม 17 ประเทศ 12 กรอบความตกลง ได้แก่ อาเซียน อาเซียน-จีน ไทย-อินเดีย อาเซียน-อินเดีย ไทย-ออสเตรเลีย อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ไทย-ญี่ปุ่น อาเซียน-ญี่ปุ่น อาเซียน-เกาหลี ไทย-เปรู ไทย-ชิลี และไทย-นิวซีแลนด์
ทั้งนี้ ในปี 2560 มูลค่าการใช้สิทธิรวม 60,441.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าปีที่ผ่านมา 15.20% คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิรวมทุกกรอบสูงถึง 71.32% ของยอดการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิเอฟทีเอ โดยเอฟทีเออาเซียนมีมูลค่าการใช้สิทธิสูงสุด ตามด้วย จีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ตามลำดับ
สำหรับสินค้าสำคัญที่ส่งออกภายใต้สิทธิ เช่น กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ ผสมยางธรรมชาติ อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารปรุงแต่ง/แปรรูป และกลุ่มปิโตรเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
"การใช้สิทธิเอฟทีเอในการส่งออก เป็นแต้มต่อทางการค้าที่สำคัญของผู้ส่งออกไทยในการชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง เนื่องจากสินค้าที่ผลิตได้ถิ่นกำเนิดของไทยและมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้เอฟทีเอ กำกับการส่งออกสามารถนำไปใช้ในการลดหย่อนหรือยกเว้นอากรขาเข้าประเทศปลายทางที่เป็นภาคีความตกลงเอฟทีเอกับไทยได้ จึงอยากให้ผู้ประกอบการมาใช้สิทธิเอฟทีเอให้มากๆ" นายอดุลย์ กล่าว
ปัจจุบันกรมได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยลดขั้นตอนการดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Thailand 4.0) ด้วยการยกระดับการให้บริการและอำนวยความสะดวกทางการค้าและการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเอกชน







