
ญี่ปุ่นตั้งธงแรงงานต่างชาติ
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในญี่ปุ่นว่า นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ เตรียมทบทวนแผนการรับแรงงานต่างชาติ โดยอาจจะขยายการเปิดรับเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยอุดช่องโหว่ในสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่นที่กำลังขาดแคลนแรงงานลงทุกขณะ
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในญี่ปุ่นว่า นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ เตรียมทบทวนแผนการรับแรงงานต่างชาติ โดยอาจจะขยายการเปิดรับเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยอุดช่องโหว่ในสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่นที่กำลังขาดแคลนแรงงานลงทุกขณะ
ในรายงานของหนังสือพิมพ์เจแปนไทมส์ ระบุว่า อาเบะได้กล่าวกับคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจการคลังของญี่ปุ่นว่า เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน รัฐบาลจึงได้ร่างแผนปฏิรูประบบคนเข้าเมืองใหม่ที่จะสรุปรายละเอียดอีกทีในช่วงฤดูร้อนนี้ เพื่อเปิดรับแรงงานต่างชาติในกลุ่ม "วิชาชีพและแรงงานมีฝีมือ" ให้มากขึ้น
แม้จะดูเป็นโอกาสที่ดีของชาว ต่างชาติ แต่การเปิดครั้งนี้ก็มาพร้อมเงื่อนไขที่โหดหินขึ้นเช่นกัน เพราะจะมีการ "กำหนดระยะเวลาพำนักในญี่ปุ่นที่แน่ชัด" โดยไม่มีการต่อสัญญาให้ และยัง "ไม่ให้พาภรรยา/สามีและลูก" มาอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยกันอีกด้วย ซึ่งต่างจากเงื่อนไขเดิมในปัจจุบัน ที่อนุญาตให้พาคู่สมรสพร้อมบุตรมาพำนักอยู่ด้วยกันได้ ขณะที่ระยะเวลาการทำงานก็สามารถยืดหยุ่นและขยายเวลาออกไปได้หากเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าไม่มีปัญหาติดขัดอะไร
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเมื่อเคาะผลสรุปออกมาแล้วจะมีการผ่อนปรนมากน้อยแค่ไหน เพราะแรงงานกลุ่มนี้ถือเป็นมันสมองและแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของแต่ละประเทศ ซึ่งพวกเขา "มีทางเลือก" และหากต้องเลือกไปทำงานในญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยความเครียดและแรงกดดันสูงโดยที่ต้องไปเดี่ยว ไม่มีลูกเมียไปด้วยนั้น พวกเขายังจะเลือกไปที่นี่หรือไม่
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีการให้วีซ่าสำหรับกลุ่มแรงงานวิชาชีพและมีฝีมือใน 11 แขนงอาชีพด้วยกัน อาทิ ศาสตราจารย์ ผู้จัดการบริษัท นักวิจัย วิศวกร วิทยากร ไปจนถึงงานในกลุ่มกฎหมายและบัญชี การแพทย์ และงานในกลุ่มแรงงานมีฝีมือบางตำแหน่ง เช่น เชฟ
ระหว่างนี้รัฐบาลจะไปดูรายละเอียดว่า ภาคอุตสาหกรรมไหนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อลดการพึ่งพาแรงงานได้ พร้อมทั้งจะสนับสนุนผู้หญิงและผู้สูงอายุที่ยังทำงานได้ ให้เข้ามาช่วย เติมเต็มในระบบแรงงานมากขึ้นด้วย
หากดูทรงตามนี้แล้วเป็นที่น่าสังเกตว่า "ทิศทางการกีดกันต่างชาติ" ซึ่งเป็นกระแสในหลายประเทศมาพักใหญ่ อาจลามสู่ญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ประเทศนี้กำลังอยู่ในภาวะผู้สูงอายุเข้มข้นที่ต้องการแรงงานมาเติมเต็มมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก
อัตราว่างงานในญี่ปุ่นเมื่อสิ้นปีที่แล้วอยู่ที่เพียง 2.8% เท่านั้น โดยมีอัตรางานต่อผู้สมัครงานเพียง 1.59 หรือหมายความว่าทุกๆ ตำแหน่งงาน 100 อัตรา จะมีคนสมัคร 159 คน ซึ่งถือเป็นอัตราแย่งงานกันที่ต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 43 ปี
อย่างไรก็ดี เพราะสถานการณ์เช่นนี้จึงทำให้ญี่ปุ่นมีคนต่างชาติเข้ามาทำงานทะลุ 1 ล้านคนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2016 และทำสถิติใหม่ที่ราว 1.28 ล้านคน เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว จนทำให้เกิดความกังวลต่อคลื่นคนต่างชาติที่ทะลักล้นในประเทศเช่นกัน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน
ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน มีฝีมือหรือกลุ่มวิชาชีพที่เข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ทำให้ต้องรับต่างชาติเข้ามาทดแทน แต่ในอีกใจเดียวกันก็หวาดกลัวไม่อยากให้คนนอกเข้ามามากเกินไป จนต้องกำหนดเงื่อนไขให้เข้มข้นขึ้นนั้น กำลังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และโดยเฉพาะสหรัฐที่ยังคลุมเครืออยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดญี่ปุ่นก็กำลังรับแนวทาง "การเปิดรับอย่างระมัดระวังขึ้น" เช่นเดียวกัน n







