
กิฟฟารีน ปี’61ชูจุดยืนอาหารเสริม
พลพัต สาเลยยกานนท์ ประเดิมเปิดปีใหม่ของปี 2561 สำหรับบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ ที่ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มคนรักสุขภาพสำหรับทุกเพศทุกวัยตอบโจทย์ความต้องการ
พลพัต สาเลยยกานนท์
ประเดิมเปิดปีใหม่ของปี 2561 สำหรับบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ ที่ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มคนรักสุขภาพสำหรับทุกเพศทุกวัยตอบโจทย์ความต้องการ
พงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว กิฟฟารีน ซี มิน ดริ๊งค์ เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเสริมที่บริษัทมีวางจำหน่ายอยู่กว่า 100 ผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน โดยมองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายทั้ง การท่องเที่ยว การใช้ชีวิต ที่อาจถูกบั่นทอนทำลายสุขภาพในทุกวัน จึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อเปิดตลาดอาหารเสริมในปีนี้ ซึ่งคาดว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยผลักดันสัดส่วนยอดขายในกลุ่มอาหารเสริมที่มีจำนวน 30% ของรายได้รวมให้เพิ่มขึ้นเป็น 35% ในปีนี้ได้
สำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวบริษัทได้ดึงพรีเซนเตอร์อย่าง (อั้ม) พัชราภา ไชยเชื้อ มาเป็นพรีเซนเตอร์ในการช่วยทำความเข้าใจและสื่อสารการรับรู้แบรนด์ได้อีกทางหนึ่ง นับได้ว่าเป็นการตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่สื่อสารไปยัง ผู้บริโภค โดยการใช้พรีเซนเตอร์นั้นขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดที่มีความต้องการแตกต่างกัน
"ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเสริมถือเป็นกลุ่มสินค้าที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ จากการที่มีศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการอย่างตรงจุด"
ทั้งนี้ ปี 2561 บริษัทตั้งเป้าเติบโตขึ้น 3-5% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ราว 5,000 ล้านบาท โดยมองว่าอัตราเติบโตดังกล่าวเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ รวมถึงสอดคล้องกับขนาดธุรกิจของบริษัท
ด้านช่องทางจำหน่าย ปีนี้บริษัทได้เน้นเพิ่มช่องทางจำหน่าย ช่องทางการจัดส่ง พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อให้เหมาะสมกับผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยบริษัทเตรียมขยายพื้นที่ตัวแทนจำหน่าย (ดิสทรีบิวชั่น) สาขาบางพลี ใช้เงินลงทุนมูลค่าราว 60 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการขายในบริเวณดังกล่าว
ขณะที่แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในปีนี้คาดว่าจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 15 รายการ โดยเน้นไปยังกลุ่มที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ กลุ่มสกินแคร์ กลุ่มคอสเมติกส์ และอาหารเสริม ซึ่งจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 1 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์ในช่วงเดือน มี.ค.นี้ คาดปีนี้จะใช้งบจัดกิจกรรมตลาดรวม 200 ล้านบาทเท่ากับปีก่อน
พงศ์พสุ กล่าวว่า ส่วนภาพรวมตลาดขายตรงในประเทศไทยปี 2561 คาดว่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ต้องจับตาดูรายไตรมาสเนื่องจากมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ อาทิ การปรับขึ้นอัตราค่าแรงในแต่ละพื้นที่ยังไม่ชัดเจน ภัยธรรมชาติ ราคาพืชผลการเกษตร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินหมุนเวียนในระบบจึงต้องติดตามและประเมินอย่างใกล้ชิด โดยปัจจัยบวกและเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้คือการทำการตลาดที่ตรงกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงการสร้างโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคซึ่งเป็นโอกาสที่จะผลักดันให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ถือได้ว่า กิฟฟารีน มั่นใจในจุดแข็งของธุรกิจ เจาะกลุ่มตลาดที่ชัดเจน คงต้องติดตามผลลัพธ์ในปีนี้ จะเป็นอย่างไร







