posttoday
ศูนย์กลางโคขุน

ศูนย์กลางโคขุน

21 กุมภาพันธ์ 2561

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทยผมเขียนบทความนี้ที่โรงแรมเดอะมาเจสติค จ.สกลนคร เพราะระหว่างวันที่ 22-23 ก.พ. 2561 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ และศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ร่วมกันจัดประชุมเรื่อง "การเชื่อมโยงโคเนื้อของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (กลุ่มจังหวัดสนุก) กับ สปป.ลาว" ซึ่งในปี 2560 อาเซียนมีปริมาณโคเนื้อทั้งหมด 50 ล้านตัว โดยอินโดนีเซียมี 16 ล้านตัว ตามด้วยเมียนมา 14 ล้านตัว เวียดนามและไทยจำนวน 5 ล้านตัว สปป.ลาว 1.8 ล้านตัว กัมพูชา 2.9 ล้านตัว ฟิลิปฟินส์ 2.5 ล้านตัว และมาเลเซีย 7 แสนตัว

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย

ผมเขียนบทความนี้ที่โรงแรมเดอะมาเจสติค จ.สกลนคร เพราะระหว่างวันที่ 22-23 ก.พ. 2561 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ และศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ร่วมกันจัดประชุมเรื่อง "การเชื่อมโยงโคเนื้อของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (กลุ่มจังหวัดสนุก) กับ สปป.ลาว" ซึ่งในปี 2560 อาเซียนมีปริมาณโคเนื้อทั้งหมด 50 ล้านตัว โดยอินโดนีเซียมี 16 ล้านตัว ตามด้วยเมียนมา 14 ล้านตัว เวียดนามและไทยจำนวน 5 ล้านตัว สปป.ลาว 1.8 ล้านตัว กัมพูชา 2.9 ล้านตัว ฟิลิปฟินส์ 2.5 ล้านตัว และมาเลเซีย 7 แสนตัว

สำหรับประเทศไทยในแต่ละปีผลิตเลี้ยงโคเนื้อได้ 1 ล้านตัว และมีความต้องการบริโภค 1.3 ล้านตัว ส่งออก 2.5 แสนตัว (1,000 ล้านบาท) ส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อ 172 ตัน (32 ล้านบาท) โดยร้อยละ 50 เลี้ยงในภาคอีสาน จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดที่เลี้ยงมากที่สุด ในขณะที่ในกลุ่มจังหวัดสนุก (SANUK นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร) เลี้ยง 2 แสนตัว โดยสกลนครถือว่าเป็นศูนย์กลางของการเลี้ยงโคขุนในสามจังหวัด เพราะมี โคขุนที่มีชื่อเสียงคือ "โคขุนโพนยางคำ" ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2559 จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่จะทำให้สกลนครมุ่งไปสู่ "เมืองโคเนื้อคุณภาพสู่อาเซียน"

สิ่งที่กลุ่มจังหวัดสนุกต้องเร่งทำคือมาตรฐาน GMP โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงฆ่าที่ได้มาตรฐาน GMP HACCP และ HALAL รวมทั้งมาตรฐานของการเลี้ยงแบบ GAP ปัจจุบันฟาร์มโคที่มีมาตรฐาน GAP ใน จ.สกลนค รมีประมาณ 30% จากทั้งหมด 3,000 ฟาร์ม ซึ่งการรับซื้อโคมาขุนนั้น จะซื้อโคที่มีน้ำหนัก 400 กิโลกรัม (กก.) ราคา กก.ละ 100 บาทแล้วนำมาขุน 1.5 ปี ขายได้ตัวละประมาณ 7.5-8 หมื่นบาท น้ำหนัก 800 กก.

สำหรับคู่แข่งของโพนยางคำ ซึ่งเป็นตลาดบนจะเป็นเนื้อออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ตลาดกลาง คือ KU Beef (มหาลัยเกษตรศาสตร์ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม) และ Max Beef (สหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ อ.กำแพงแสน ) ซึ่งเป็นพันธุ์ชาโรเลส์ (Charolais) จากฝรั่งเศส และอีกพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงคือ "พันธุ์วากิว (Wagyu)" เช่น พันธุ์สุรินทร์วากิว และโคราชวากิว โดยปัจจุบันกลุ่มจังหวัดได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงโคขุนในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จ.สกลนคร (โพนยางคำ) นครพนม (นครพนมบีฟ) และมุกดาหาร (หนองสูง) ได้มีการส่งเสริมให้การเลี้ยงโคขุนมีมาตรฐานฟาร์ม โดยใช้มาตรฐาน GAP ได้มีการส่งเสริมให้มีโรงเชือดที่ได้มาตรฐาน GMP

อย่างไรก็ตาม การเป็นศูนย์กลางโคเนื้อและผลิตเนื้อของอาเซียน กลุ่มจังหวัดต้องทำ 1.มาตรฐานโรงงานและโรงเชือดแบบ GMP 2.ควรจัดห่วงโซ่อุปทานให้ดีและตรงจุด เช่น ต้นน้ำ ควรมีการผลิตพันธุ์โคหรือลูกโคให้ทันต่อตลาด การผลิตอาหารสัตว์ควรมีในพื้นที่ ฟาร์มจะต้องมีมาตรฐาน GAP เพื่อง่ายต่อการส่งออกและการค้าในระยะยาว 3.ช่องทางการหาตลาดที่ร่วมกับสหกรณ์เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ โดยเฉพาะตลาดจีนและมาเลเซีย เช่น จีนมีการนิยมบริโภคเนื้อโคเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปี 2013 จีนนำเข้าเนื้อโค 7 แสนตัน ปี 2018 นำเข้าเพิ่มเป็น 1 ล้านตัน (ผลิต 7 ล้านตันบริโภค 7.8 ล้านตัน) ในขณะที่นำเข้าเนื้อหมูลดลง (จาก 2.5 ล้านตัน เหลือ 1.2 ล้านตัน)

4.การเป็นเมืองคู่มิตรกับแขวงสะหวันนะเขต สามารถแสวงหาความร่วมมือได้หลายด้าน โดยเฉพาะด้านต้นน้ำและปลายน้ำ เช่น การเข้าไปทำฟาร์มเลี้ยงโคขุนในช่วงที่ใกล้จะจำหน่าย (น้ำหนัก 400-500 กิโลกรัม) ในสะหวันนะเขต เนื่องจากหากเข้าไปเลี้ยงแล้วจะลดปัญหาเวลาในการกักกันสัตว์เพื่อเฝ้าระวังโรค เพราะถือเป็นการกักกันไปในตัวอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถร่วมมือในเรื่องการชำแหละและการแปรรูปที่ได้มาตรฐานและยังรวมไปถึงการบรรจุภัณฑ์อีกด้วย 5.เพิ่มมูลค่าเพื่อจากการขายผลผลิตภัณฑ์โคขุนเนื้อแปรรูปมากกว่าขายแบบมีชีวิตซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับกลุ่มจังหวัดมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท