posttoday
ศก.ไทยแกร่ง รองรับผันผวนได้

ศก.ไทยแกร่ง รองรับผันผวนได้

22 กุมภาพันธ์ 2561

ธปท.เชื่อเศรษฐกิจไทยรับมือความผันผวนของโลกไหว ชี้การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญมากขึ้นในภาวะนี้

ธปท.เชื่อเศรษฐกิจไทยรับมือความผันผวนของโลกไหว ชี้การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญมากขึ้นในภาวะนี้

วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยมีความสามารถรองรับความผันผวนของการเงินโลกได้ดีระดับหนึ่ง เพราะภาคการเงินไทยเข้มแข็ง โดยเศรษฐกิจไทยพึ่งพาหนี้ต่างประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกันแล้ว 36% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งมีสัดส่วนที่น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล อีกทั้งสภาพคล่องของไทยก็ยังดีมาก เกินดุลบัญชีเดินสะพัดจากการ ส่งออกและท่องเที่ยวดีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ระยะสั้นต่างประเทศถึง 3.3 เท่า มากกว่าหนี้ต่างประเทศทั้งหมด 1.4 เท่า

ขณะที่สถาบันการเงินไทยเข้มแข็ง สภาพคล่องสูง มีการกันสำรองหนี้สูญ 107.2% ของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งหมดมากกว่าสำรองที่พึงกัน พร้อมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันความเสี่ยงอื่นๆ ที่ ธปท. ได้ออกประกาศไป นอกจากนี้ระดับหนี้ของไทยก็ไม่ได้สร้างความเปราะบางให้ระบบสถาบันการเงิน หนี้ของภาคธุรกิจไม่สูงมากเมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่อีกทั้งหนี้ 3 ใน 5 เป็นหนี้ระยะยาว ส่วนหนึ่งเป็นของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ไปลงทุนในต่างประเทศ ดังนั้นความเสี่ยงจึงมีจำกัด

สำหรับสิ่งที่ ธปท.ห่วง คือ ความเปราะบางของความสามารถทำกำไรกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) แม้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของเอสเอ็มอีเริ่มดีขึ้น แต่เอ็นพีแอลก็ยังสูงเมื่อเทียบ 2-3 ปีก่อน และอนาคตเอสเอ็มอีก็เผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่กระทบความสามารถในการแข่งขันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งต้องติดตามฐานะการเงินของภาคครัวเรือนใกล้ชิด หลายกลุ่มมีฐานะการเงินเปราะบาง การฟื้นตัวของรายได้ครัวเรือนยังไม่กระจายตัว และรายได้ครัวเรือนยังได้รับผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงาน หนี้ครัวเรือนยังสูงอยู่

นอกจากนี้ ธปท.ติดตามความเสี่ยงที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐปีนี้จะปรับขึ้นเร็วอยู่ ซึ่งก็มองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นและทำให้อัตราดอกเบี้ยของโลกปรับขึ้นด้วย แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นไทยก็คงไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วทันทีที่อัตราดอกเบี้ยโลกปรับขึ้น เพราะนโยบายการเงินต้องตอบโจทย์เศรษฐกิจในประเทศและเงินเฟ้อในประเทศเป็นหลัก เพียงแต่ก็คำนึงถึงโลกด้วย

ทั้งนี้ หากเกณฑ์กำกับต่างๆ เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีออกมาแล้ว ธปท.ก็คงไม่ยกเลิกการห้ามธนาคารพาณิชย์เข้าไปทำธุรกรรมหรือสนับสนุนธุรกรรมคริปโตเคอเรนซี เช่น ลงทุนในคริปโตเคอเรนซีเอง ไปเป็นตัวกลางเสนอขายคริปโตเคอเรนซีให้ลูกค้า หรือพาลูกค้าไปลงทุน เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไม่ควรไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงจากความไม่ชัดเจนของกลไกที่อยู่เบื้องหลัง ความเสี่ยงที่ไม่รู้ว่าใครคือผู้ดูแลระบบ ซึ่งมีผลต่อเรื่องเสถียรภาพ

ศักดิ์ดา พงศ์เจริญยง กรรมการ ผู้จัดการ ทริส เรทติ้ง กล่าวว่า ใน 3 ปีข้างหน้าตลาดตราสารหนี้ไทยอาจจะมีมูลค่าเติบโตเท่ากับตลาดสินเชื่อภาคธุรกิจในภาคธนาคารพาณิชย์ได้ หากตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงเติบโตกว่า 15% ต่อเนื่องทุกปีเหมือนเช่นที่ผ่านมา เนื่องจากในฝั่งตลาดสินเชื่อภาคธุรกิจในภาคธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ขยายตัวนัก ค่อนข้างทรงตัว

สำหรับปีที่ผ่านมา ตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่า 3 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดสินเชื่อในภาคธนาคารพาณิชย์ไทย ซึ่งไม่นับรวมสินเชื่อผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง และสินเชื่อรายย่อยมีมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท หรือมีความแตกต่างกันเพียง 5 แสนล้านบาทเท่านั้น แม้ว่าปีนี้ตลาดสินเชื่อธนาคารพาณิชย์อาจขยายตัวได้บ้าง แต่ก็คงไม่เท่ากับการขยายตัวของตลาดตราสารหนี้ไทย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ยังต่ำกว่าดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ทำให้ผู้ประกอบการมาใช้ช่องทางนี้

"เวลาต้องการใช้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ ผู้ประกอบการมักจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนกิจการมากกว่า แต่ถ้าต้องการกู้เงินเพื่อลงทุนระยะ 3-5 ปี ก็จะเลือกออกตราสารหนี้มากกว่า" ศักดิ์ดา กล่าว

ศักดิ์ดา คาดว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มน่าจะมีการออกตราสารหนี้ โดดเด่นที่สุดเทียบได้กับการออกตราสารหนี้ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นผลจากปีนี้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจะมีดีล ซื้อกิจการ ดังนั้นก็ต้องมาออกตราสารหนี้เพื่อนำเงินไปซื้อกิจการ นอกจากนี้คาดว่าการมีตราสารหนี้ครบกำหนดไถ่ถอนจำนวนมากในปีนี้ ก็จะเป็นอีกปัจจัยผลักดันให้มีการออกตราสารหนี้ใหม่ เพื่อทดแทนตราสารหนี้ที่หมดอายุในปีนี้มากเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง