
ทำให้เป็นบทเรียน
ปัญหา "ป้าทุบรถ" ที่เป็นข่าวครึกโครม สะท้อนหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัยเดิม เมื่อคนมีมากขึ้น เกิดอาคารพาณิชย์ ตลาด สิ่งปลูกสร้างมากมาย กฎหมายที่มีอยู่จึงต้องใช้บังคับให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นธรรม เพื่อเป็นกติกาใช้ปกครองกับคนหมู่มากให้เกิดความสงบสุข ไม่ทะเลาะวิวาท แต่หากเจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมายเพราะละเลย มีผลประโยชน์แอบแฝง เมื่อประชาชนขาดที่พึ่งจากหน่วยงานของรัฐ จึงต้องออกมาใช้กำลังเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง
ปัญหา "ป้าทุบรถ" ที่เป็นข่าวครึกโครม สะท้อนหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัยเดิม เมื่อคนมีมากขึ้น เกิดอาคารพาณิชย์ ตลาด สิ่งปลูกสร้างมากมาย กฎหมายที่มีอยู่จึงต้องใช้บังคับให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นธรรม เพื่อเป็นกติกาใช้ปกครองกับคนหมู่มากให้เกิดความสงบสุข ไม่ทะเลาะวิวาท แต่หากเจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมายเพราะละเลย มีผลประโยชน์แอบแฝง เมื่อประชาชนขาดที่พึ่งจากหน่วยงานของรัฐ จึงต้องออกมาใช้กำลังเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง
เหตุการณ์ที่ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ หรือ "ป้าทุบรถ" ใช้ขวานทุบรถที่จอดขวางหน้าบ้านตั้งอยู่ในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า เขตประเวศ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา แม้จะถูกดำเนินคดีข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับบ้านของ น.ส.บุญศรี สะสมมา 10 ปี จากที่ กทม.ในยุคก่อนที่อนุญาตให้สร้างตลาดในพื้นที่หมู่บ้านที่เธออาศัยอยู่จนขยายเข้ามาล้อมบ้านในปัจจุบัน สร้างความเดือดร้อนแก่เจ้าของบ้านทำให้เธอฟ้องร้องต่อศาลปกครอง คดียืดเยื้อหลายปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง แต่ศาลได้สั่งคุ้มครองชั่วคราวให้เจ้าหน้าที่รัฐดูแลไม่ให้การดำเนินกิจการตลาดก่อความเดือดร้อนสร้างความรำคาญแก่เจ้าของบ้าน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลง พื้นที่และตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า 5 ตลาดที่ล้อมรอบบ้าน มีตลาดที่ไม่ได้ขออนุญาต 3 แห่ง ซึ่งต้องหยุดประกอบกิจการ ขณะที่อีก 2 แห่ง มีใบอนุญาตประกอบการพาณิชย์ แต่ไม่ได้ขออนุญาตทำตลาด โดยจะตรวจสอบภายใน 7 วัน พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบผู้อำนวยการเขตประเวศในอดีตและปัจจุบันด้วย
ไม่เท่านั้น ยังพบว่า น.ส.บุญศรี เคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบผู้อำนวยการเขตประเวศ ตั้งแต่สมัยปี 2554 ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการปล่อยให้มีการสร้างตลาดโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งประธาน ป.ป.ช. ระบุว่า เรื่องดังกล่าวมีการไต่สวนแล้วพบว่ามีมูลพอสมควร
กล่าวได้ว่า ปัญหาทั้งหมดมาจากการที่เจ้าหน้าที่ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ และอาจมีเรื่องผลประโยชน์อื่นใดทำให้ไม่บังคับใช้กฎหมายได้ จึงปล่อยให้มีการตั้งตลาดโดยมิชอบ ช่วยเหลือพวกพ้องนายทุนเจ้าของตลาด พล.ต.อ.อัศวิน ต้องสอบสวนอย่างเร่งด่วนว่า ใครได้ประโยชน์จากการอนุญาตให้เปิดตลาดมาหลายปี รวมถึงตรวจสอบกับตลาดอื่นๆ ใน กทม.ด้วยเพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน ผู้อยู่อาศัย และผู้ที่สัญจรในพื้นที่
กรณีที่เกิดขึ้นเป็นภูเขาน้ำแข็งที่โผล่เหนือน้ำ ปัญหาการจอดรถขวางหน้าบ้านไม่เคารพสิทธิผู้อื่นอาจดูเป็นเรื่องปลีกย่อย แต่สิ่งที่ใหญ่กว่านั้นคือ ปัญหาเชิงโครงสร้างของการจัดการผังเมืองที่ไม่เป็นระบบ มีการฟ้องร้องกันหลายพื้นที่ ระหว่าง ชาวบ้านฟ้อง กทม. และผู้อำนวยการเขตที่อนุญาตให้สร้างสิ่งปลูกสร้าง อาคารสูง คอนโดมิเนียมไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กระทบผู้อยู่อาศัยเดิมทั้งทางสิ่งแวดล้อม การจราจร เสียง จนมีเรื่องอยู่ในศาลปกครองหลายคดี
ปัญหาเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ที่ไม่เป็นข่าวก็มีอีกมาก ผู้ว่าฯ กทม.ต้องกำชับผู้อำนวยการเขตที่มีอำนาจอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนย้ายอาคารให้ยึดกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่าให้เกิดปัญหาต้องล้อมคอกภายหลังเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้อาศัยอย่างเป็นธรรม n







