
สถานการณ์ เอสเอ็มอีในเมียนมา
ธนกร สังขรัตน์ CEO of Modern Myanmar Synergy Co., Ltd.การขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศภายใต้รัฐบาลพลเรือนแห่งแรกของประเทศเมียนมากำลังส่งผลให้เกิดการพัฒนาขนาดใหญ่ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprise : SME) หรือเอสเอ็มอี
ธนกร สังขรัตน์ CEO of Modern Myanmar Synergy Co., Ltd.
การขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศภายใต้รัฐบาลพลเรือนแห่งแรกของประเทศเมียนมากำลังส่งผลให้เกิดการพัฒนาขนาดใหญ่ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprise : SME) หรือเอสเอ็มอี
รัฐบาลเมียนมามุ่งเน้นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับ SMEs เนื่องจากมีสัดส่วนประมาณ 98% ของธุรกิจทั้งหมดในเมียนมา อย่างไรก็ตามเพื่อพัฒนาต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ จำเป็นต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติงาน มาตรฐานการผลิต และองค์ประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นต้องทบทวนแนวทางในการดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเส้นทางสู่อนาคต อย่างไรก็ตามรัฐบาลเมียนมาจำเป็นต้องมองหาอุตสาหกรรมต้นแบบเพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยจำเป็นต้องเลือกสาขาที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ปัญหาของ SMEs เมียนมาก็เหมือนกับปัญหาของ SMEs ทั่วโลก นั่นคือ ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากก็ยากที่จะอยู่รอดได้เนื่องจากการเข้ามาของบริษัทข้ามชาติในตลาด นอกจากนี้ยังประสบปัญหาการขาดแคลนเงินลงทุน ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้เนื่องจากขาดเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตมีคุณภาพต่ำ ดังนั้นรัฐบาลจึงเล็งเห็นความสำคัญในการสนับสนุนเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้นกว่าเดิม โดยได้มีโครงการส่งเสริมสินเชื่อแบบไม่มีดอกเบี้ย
ในปีนี้รัฐบาลจะมีมาตรการ 3 ประการ เพื่อรวบรวมข้อมูลของ SMEs ในภูมิภาค แล้วนำเข้าสู่กระบวนการเจรจากับธนาคารเพื่อขอรับการสนับสนุนสินเชื่อ SMEs รวมถึงการสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีกับมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์ในย่างกุ้ง
ประการแรก รัฐบาลจะทำวิจัยเพื่อทราบว่ามี SMEs ตั้งอยู่จริงในแต่ละอำเภอและเขตการปกครองของภูมิภาคเป็นจำนวนเท่าไร เมื่อรู้แล้วก็สามารถจัดทำแผนพัฒนาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อสนับสนุนพวกเขาได้ จากการวิจัยขององค์การสถิติกลางพบว่า 98% ของธุรกิจกว่า 1.2 แสนแห่ง ที่จดทะเบียนในเมียนมาเป็น SMEs โดยมีแรงงานอยู่ในภาค SMEs เป็นจำนวน 21.9 ล้านคน หรือมีแรงาน 83% กำลังทำงานใน SMEs ที่ยังไม่มีการขึ้นทะเบียน
ประการที่สอง รัฐบาลจะพูดคุยกับธนาคารเพื่อหาวิธีการที่จะช่วยให้ SMEs เติบโตขึ้น โดยมองเห็นความจำเป็นต้องปรับปรุงการเข้าถึงธุรกิจขนาดเล็กในด้านการเงินเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว
กระทรวงอุตสาหกรรมของเมียนมารายงานว่าธุรกิจ SMEs ใน เมียนมาที่มีการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว มีจำนวน 46,794 ราย โดยรัฐบาลได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินจัดทำโครงการส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่ SMEs กว่า 1,000 แห่ง โดยธนาคารจะเสนอเงินกู้หลังจากทำการประเมิน SMEs ที่ผ่านเงื่อนไขโครงการ นอกจากนี้ธุรกิจที่มุ่งเน้นการส่งออกจะได้รับการพิจารณาในการได้รับเงินกู้ยืมจากภาครัฐเพื่อสนับสนุนการทดแทนการนำเข้าสินค้า
ประการที่สาม รัฐบาลจะพยายามสร้างความเชื่อมโยงที่มีประสิทธิภาพระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและเขตอุตสาหกรรม นอกจากมาตรการ ดังกล่าวแล้ว รัฐบาลยังสนับสนุนการปกป้องสิทธิของผู้ประกอบการ ด้วยการออกกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและทรัพย์สินทางปัญญา โดยกฎหมายบางฉบับจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้เมื่อรัฐสภาอนุมัติร่างพระราชบัญญัติ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมองว่าความคิดริเริ่มดังกล่าวจะเริ่มต้นในย่างกุ้งก่อนและผลักดันไปสู่ส่วนอื่นๆ ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนาดเล็กของประเทศเมียนมายังขาดการสนับสนุนจากองค์กรขนาดใหญ่อย่างสมาคมการค้า หรือหอการค้า ที่ยังไม่เข้าใจความต้องการของธุรกิจขนาดเล็กที่ดีพอ ทำให้การสนับนสนุนยังทำได้ ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงการร่วมพัฒนาธุรกิจขนาด กลางและขนาดย่อมจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจขนาดใหญ่ได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้นในระยะยาว







