
กลุ่มลีสซิ่งทำสถิติกำไรสูงสุด
เจียรนัย อุตะมะกลุ่มลีสซิ่งประกาศกำไรปี 2560 ออกมา 3 บริษัท ปรากฏว่ามีกำไรรวมกัน 3,771 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากปี 2559 นำโดยบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) ที่กำไรพุ่งสูงสุด 70.7% รองลงมาคือ บริษัท ลีซ อิท (LIT) กำไรเพิ่มขึ้น 44% และบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) เพิ่มขึ้น 27.8% แนวโน้มปีนี้คาดทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
เจียรนัย อุตะมะ
กลุ่มลีสซิ่งประกาศกำไรปี 2560 ออกมา 3 บริษัท ปรากฏว่ามีกำไรรวมกัน 3,771 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากปี 2559 นำโดยบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) ที่กำไรพุ่งสูงสุด 70.7% รองลงมาคือ บริษัท ลีซ อิท (LIT) กำไรเพิ่มขึ้น 44% และบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) เพิ่มขึ้น 27.8% แนวโน้มปีนี้คาดทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
ชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร MTLS ผู้นำตลาดสินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ และนาโนไฟแนนซ์ในไทย กล่าวว่า กำไรของบริษัททำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง จากรายได้รวม 7,471 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.06% เทียบกับปี 2559
คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานในปี 2560 ในอัตรา 0.18 บาท/หุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 30 เม.ย. 2561 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 14 พ.ค. 2561
"พอร์ตสินเชื่อ รายได้ และกำไรของ MTLS เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2557 สะท้อนให้เห็นถึงแผนและยุทธศาสตร์การขยายตัวทั่วไทยของบริษัทเดินมาถูกทาง ตอบโจทย์ความต้องการสินเชื่อของลูกค้าที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยในปี 2560 ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 58,040 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์มียอดปล่อยสินเชื่อกว่า 1,709 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของตลาด เช่นเดียวกับสินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์" ชูชาติ กล่าว
พอร์ตสินเชื่อของบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากกระบวนการพิจารณาสินเชื่อรวดเร็ว อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดในระบบ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นจุดแข็งที่สำคัญ โดยแผนการดำเนินงานในปี 2561 ตั้งเป้าสินเชื่อรายได้ เติบโต 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายสินเชื่อใหม่เติบโต 40% และเตรียมขยายสาขาใหม่เพิ่มเป็น 2,800 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ โดยสาขาใหม่ที่เตรียมเปิดในปีนี้ เน้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เนื่องจากตลาดยังสามารถเติบโตได้อีกมาก ซึ่งจะช่วยผลักดันให้รายได้และกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง และตั้งเป้าคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไว้ที่ระดับ 1.50% ของพอร์ตสินเชื่อรวม
สมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท (LIT) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อธุรกิจเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) กล่าวว่าปี 2560 บริษัทมีรายได้รวม 418.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 2,241 ล้านบาท และมียอดปล่อยสินเชื่อถึง 10,276 ล้านบาท
ไตรมาส 4/2560 บริษัทมีสัดส่วนเอ็นพีแอลอยู่ที่ 4.84% (ก่อนหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) และตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็น 4.92% ของยอดลูกหนี้คงเหลือ ทั้งนี้เพื่อรองรับมาตรฐานการบัญชี TFRS9 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2562 และเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
"บริษัททำสถิติสูงสุดใหม่เป็นปี ที่ 4 นับตั้งแต่ LIT เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และคาดการณ์ว่าในปี 2561 บริษัทจะสามารถรักษารายได้ทำสถิติสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผลิตภัณฑ์สินเชื่อมีความหลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเอสเอ็มอี ประกอบกับมีความต้องการกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ที่ต้องการใช้บริการสินเชื่อเพื่อเข้าประมูลงานและทำงานให้กับภาครัฐ ซึ่งเป็นผลจากการที่ภาครัฐขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการขนาดใหญ่ เป็นผลทำให้มีลูกค้ามาขอใช้บริการสินเชื่อกับบริษัทมากขึ้นตามไปด้วย และบริษัทตั้งเป้าสินเชื่อและรายได้เติบโต 30% เมื่อเทียบกับปี 2560" สมพล กล่าว







