posttoday
6 เงินสกุลดิจิทัล ความเสี่ยงต่ำ-ผลตอบแทนใช้ได้ (1)

6 เงินสกุลดิจิทัล ความเสี่ยงต่ำ-ผลตอบแทนใช้ได้ (1)

20 กุมภาพันธ์ 2561

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ & วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต & www.CsiSociety.com & Add Line : @CsiSocietyช่วงเวลานี้ที่ราคาของบรรดาเงินสกุลดิจิทัลเกือบทุกสกุลตกลงมากันถ้วนหน้า ผมเองก็มักจะเจอคำถามว่า "ถ้าจะลงทุนเงินสกุลดิจิทัลในเวลานี้...จะลงทุนอะไรดี?" ผมจึงได้รวบรวม 6 เงินสกุลดิจิทัลที่ผมคิดว่าน่าจะลงทุนได้ภายใต้ความเสี่ยงที่ไม่สูงมากนัก

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ & วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต & www.CsiSociety.com & Add Line : @CsiSociety

ช่วงเวลานี้ที่ราคาของบรรดาเงินสกุลดิจิทัลเกือบทุกสกุลตกลงมากันถ้วนหน้า ผมเองก็มักจะเจอคำถามว่า "ถ้าจะลงทุนเงินสกุลดิจิทัลในเวลานี้...จะลงทุนอะไรดี?" ผมจึงได้รวบรวม 6 เงินสกุลดิจิทัลที่ผมคิดว่าน่าจะลงทุนได้ภายใต้ความเสี่ยงที่ไม่สูงมากนัก

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่ำของการเทรดเงินสกุลดิจิทัลนั้น ผมอยากจะบอกว่า มันอาจจะมีราคาลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อไรก็ได้ แต่แนวโน้มราคาของมันจะดีขึ้นเรื่อยๆ และมีความมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งกับคุณผู้อ่านที่รับความเสี่ยงสูงมิได้นะครับ

ผมได้เรียงลำดับตามอัตราผลตอบแทนที่ผมเองคิดว่าจะได้รับจากปานกลางไปถึงสูง โดยมีทั้งหมด 6 เงินสกุลดิจิทัล ดังนี้ครับ

อันดับที่หก บิตคอยน์ (Bitcoin - BTC) - 21 ล้านดอลลาร์

หลายคนมักจะมีคำถามเกี่ยวกับบิตคอยน์กันอย่างมากมายว่า บิตคอยน์ ...มันกำลังจะฟองสบู่แตกแล้วไม่ใช่หรือ? แล้วจะไปลงทุนได้อย่างไร? อันที่จริงแล้ว บิตคอยน์ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างนับครั้งไม่ถ้วน เช่น ในปี 2555 ราคาบิตคอยน์อยู่ที่ประมาณ 5 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์

หลังจากนั้นเพียงสองปีคือในปี 2557 ราคาของมันก็พุ่งทะลุไปกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์ คิดเป็นเพิ่มขึ้นกว่า 200 เท่าทีเดียว หลังจากนั้นก็เกิดคดีบริษัทแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลานั้น "เมาท์ก๊อกซ์" ถูกแฮ็กและถูกขโมยเงินสกุลดิจิทัลไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาบิตคอยน์ดำดิ่งมาเหลือประมาณ 200 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์ ลดลงมาประมาณ 80% ทีเดียว ทุกคนก็คิดว่าบิตคอยน์ต้องตายแน่ แต่มันก็รอดมาได้

มาถึงเดือน ก.ย. 2560 รัฐบาลจีนสั่งปิดบริษัทแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลทั้งประเทศ ราคาบิตคอยน์จากกว่า 6,000 ดอลลาร์ ลงมาต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์ หลังเหตุการณ์นี้...บิตคอยน์ก็ยังคงไม่ตายอยู่ดี

ในเดือน ธ.ค. 2560 ตลาดซื้อขายอนุพันธ์ฟิวเจอร์ที่ใหญ่ระดับโลก 2 แห่งคือ CME และ CBOE จากสหรัฐ ได้ออกตราสาร "บิตคอยน์ฟิวเจอร์" ออกมาให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปสามารถเทรดได้ นับได้ว่าเป็นการยกฐานะบิตคอยน์ในระดับโลกได้เป็นอย่างดี ก้าวต่อไปของบิตคอยน์คงจะเป็นตราสารประเภท ETF (Exchange Traded Fund) ซึ่งจะทำให้บิตคอยน์ยิ่งได้รับการยอมรับจากนักลงทุนสถาบันมากขึ้นไปอีก

เดือน ก.พ. 2560 ดูเหมือนว่าเคราะห์กรรมของบิตคอยน์ยังไม่หมดไป อินเดียแสดงท่าทีว่าจะปิดเว็บซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลทั้งประเทศ...แต่ก็ไม่ได้ทำ ขณะที่จีนปราบปรามการโฆษณาซื้อขายเงินสกุลดิจิทัล พร้อมกับการห้ามไม่ให้คนจีนไปซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลในต่างประเทศ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาของบิตคอยน์ดำดิ่งไปลึกสุดๆ ที่ต่ำกว่า 6,000 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์ และหลายคนก็เริ่มคิดว่า... ฤๅงานนี้ "บิตคอยน์" จะตายแน่!!

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม บรรดาผู้สนับสนุนบิตคอยน์หลายต่อหลายคนยังคงคิดว่า บิตคอยน์จะยังไม่ตายอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีฝาแฝดตระกูล Winklevoss หรือ Michael Novogratz แห่ง Galaxy Investment และผู้เชี่ยวชาญเงินสกุลดิจิทัลอีกมากมาย โดยยังคงมองบิตคอยน์ว่ายังคงเป็น "King of Cryptocurrency" และคาดการณ์กันว่า ราคาในปลายปีนี้น่าจะทะลุจุดสูงสุดเดิมที่เกือบ 2 หมื่นดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์ไปได้ การลงทุนในบิตคอยน์จึงนับได้ว่ามีความเสี่ยงต่ำ เมื่อเทียบกับการลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลอื่นๆ

อันดับที่ห้า บิตคอยน์แคช (Bitcoin Cash - BCH) - 21 ล้านดอลลาร์

เนื่องจากในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา มีผู้เข้ามาซื้อขายบิตคอยน์กันเป็นจำนวนมาก ด้วยเทคโนโลยีของบิตคอยน์ที่ ค่อนข้างเก่า จึงทำให้การโอนบิตคอยน์ทำได้ช้ามาก และยังมีค่าใช้จ่ายในการโอนที่สูงตามมาอีกด้วย ดังนั้นจึงมีผู้คนบางส่วนต้องการเงินสกุลดิจิทัลสกุลใหม่ที่สามารถโอนกันได้อย่างรวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายในการโอนต่ำ

ในเดือน ก.ค. 2560 ก็มีคนจำนวนหนึ่งนำโดย จีฮาน วู เจ้าของบริษัท บิทเมน...บริษัทที่เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์เพื่อขุดบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลก ได้เข้ามาทำการผ่าตัดบิตคอยน์ (Hard Fork) แล้วไปสร้างเงินสกุลดิจิทัลตัวใหม่ที่มีชื่อว่า "บิตคอยน์แคช"

บิตคอยน์แคช สามารถแก้ไขปัญหาเก่าๆ ของบิตคอยน์ได้อย่างชัดเจน โดยสามารถโอนเงินได้อย่างรวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายในการโอนต่ำ แต่ก็ยังมีนักพัฒนาเงินสกุลดิจิทัลและแฟนๆ บิตคอยน์อีกเป็นจำนวนมากที่ยังเลื่อมใสในบิตคอยน์มากกว่า จึงเป็นเหตุให้ จีฮาน วู และพวก ซึ่งประกอบไปด้วย โรเจอร์ เวอร์ เจฟฟ์ การ์ซิก และคนอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับบิตคอยน์แคชอยู่ก็ออกมาชูโรงว่าจะเปลี่ยนชื่อ "บิตคอยน์แคช" ไปเป็น "บิตคอยน์" และเปลี่ยนชื่อ บิตคอยน์ตัวเดิมไปเป็น "บิตคอยน์คอร์" (Bitcoin Core) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้คนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องราวต่างๆ เกิดการเข้าใจผิดนั่นเอง

ช่วงเดือน พ.ย. 2560 ก็เกิดการถล่มขายบิตคอยน์เกิดขึ้น ทำให้ราคาบิตคอยน์จาก 8,000 ลดลงไปต่ำกว่า 6,000 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์ พร้อมๆ กับการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาบิตคอยน์แคชจากประมาณ 300 พุ่งไปทะลุกว่า 1,800 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์ นำโดย www.bithumb.com เว็บซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลชื่อดังของเกาหลีใต้

การถล่มราคาดังกล่าวดูเหมือนว่าจะทำกันเป็นขบวนการ และคิดว่าจะสามารถเอาชนะบิตคอยน์ได้ แต่ก็พ่ายแพ้ในที่สุด

ทุกวันนี้บิตคอยน์แคชก็ยังมีขาเก่าๆ คอยเชียร์อยู่เบื้องหลัง โดย บิตคอยน์แคชก็ยังคงเป็นเงินสกุลดิจิทัลที่มีการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว และมีคนจำนวนหนึ่งที่ยังคงตั้งความหวังไว้ว่า สักวันหนึ่งจะสามารถเอาชนะบิตคอยน์ตัวจริงได้ และเปลี่ยนชื่อบิตคอยน์แคชให้มาใช้ชื่อ "บิตคอยน์" แทน

พบกับ 6 เงินสกุลดิจิทัล "ความเสี่ยงต่ำ-ผลตอบแทนใช้ได้" ตอนจบ โดยจะมีเงินสกุลดิจิทัลที่มีความเสี่ยงต่ำอีก 4 เงินสกุลดิจิทัล ได้ในวันพรุ่งนี้ครับ แล้วพบกันนะครับ

หาอ่านบทความ และความรู้ด้านการลงทุนของผู้เขียนเพิ่มเติมได้ที่ www.doctorwe.com

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท